ค่าเสื่อมราคาเป็นวิธีการทางบัญชีที่กระจายต้นทุนของสินทรัพย์ที่มีตัวตนออกไปตามจำนวนปีที่คาดว่าจะใช้งานได้ โดยใช้กับสินทรัพย์ทางกายภาพ เช่น เครื่องจักร ยานพาหนะ อาคาร อุปกรณ์ และคอมพิวเตอร์
ค่าเสื่อมราคาสะท้อนการลดลงอย่างต่อเนื่องของมูลค่าสินทรัพย์จากการสึกหรอ อายุการใช้งาน การใช้งาน หรือความล้าสมัย แทนที่จะบันทึกต้นทุนทั้งหมดในปีที่ซื้อ ธุรกิจจะทยอยรับรู้ต้นทุนบางส่วนในแต่ละงวด ซึ่งช่วยลดกำไรทางบัญชีและรายได้ที่ต้องเสียภาษี แม้จะไม่มีเงินสดไหลออกจากธุรกิจในขณะที่บันทึกรายการดังกล่าวก็ตาม
ค่าเสื่อมราคามีสองคำที่มักสับสนกัน Appreciation คือทิศทางตรงกันข้าม เป็นการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์แทนที่จะลดลง ส่วน Amortisation ใช้แนวคิดเดียวกันกับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น สิทธิบัตร ซอฟต์แวร์ หรือค่าความนิยม แทนที่จะใช้กับสินทรัพย์ทางกายภาพ
บริษัทแห่งหนึ่งซื้ออุปกรณ์ในราคา USD 50,000 และคาดว่าจะใช้งานได้เป็นเวลา 5 ปี ภายใต้วิธีค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง ค่าใช้จ่ายรายปีคือ:
USD 50,000 √∑ 5 = USD 10,000
บริษัทบันทึกค่าใช้จ่ายค่าเสื่อมราคาปีละ USD 10,000 เป็นเวลา 5 ปี จนกว่าต้นทุนของสินทรัพย์จะถูกตัดจำหน่ายครบถ้วน