ประเด็นสำคัญ
ปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสภาพตลาด ใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่และการเบรคเอาต์ในตลาดที่มีแนวโน้ม และใช้ช่องราคา (channels), การกลับสู่ค่าเฉลี่ย (mean reversion), ออสซิลเลเตอร์ (oscillators) และ Bollinger Bands ในตลาดที่เคลื่อนไหวในกรอบหรือมีความผันผวน
เพิ่มโอกาสชนะด้วยการรวมสัญญาณทางเทคนิค จับคู่สัญญาณทางเทคนิคกับปัจจัยมหภาค ยืนยันสัญญาณในหลายกรอบเวลา และใช้ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสินทรัพย์
เลือกสไตล์การเทรดที่เหมาะกับตารางเวลาของคุณและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เลือกระหว่างการสแคลป์ปิ้ง (scalping), การเทรดรายวัน (day trading), การเทรดสวิง (swing trading) หรือการเทรดตำแหน่ง (position trading) และกำหนดช่วงเวลาถือครองอย่างชัดเจน
วางแผนการเทรดแต่ละจุดเข้าอย่างละเอียด กำหนดจุดเข้า, จุดตัดขาดทุน (stop loss), จุดทำกำไร (take profit) และขนาดตำแหน่งก่อนเปิดออเดอร์ และปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด
เรียนรู้และฝึกฝนก่อนเพิ่มขนาดการลงทุน ใช้บัญชีทดลองบน MT4 หรือ MT5 ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจและการวิเคราะห์ตลาด และพิจารณาใช้ CFDs เพื่อเข้าถึงตลาดสปอต, ฟิวเจอร์ส และออปชัน
แนวทางการวิเคราะห์ทางเทคนิค
กลยุทธ์ตามแนวโน้มมุ่งเน้นการทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาที่ต่อเนื่องในทิศทางเดียว
#1 ระบบค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
เทรดเดอร์ฟอเร็กซ์เปิดตำแหน่งตามแนวโน้มที่มีอยู่ โดยใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เพื่อยืนยันทิศทาง
#2 การเทรดเบรคเอาต์
เปิดตำแหน่งเมื่อราคาทะลุผ่าน ระดับแนวรับหรือแนวต้านสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการต่อเนื่องของโมเมนตัม
#3 การเทรดช่องราคา (Channel Trading)
เทรดเดอร์ซื้อที่ แนวรับของช่องราคา และขายที่ แนวต้านของช่องราคา ตามแนวโน้มภายในช่วงราคาที่กำหนด
#4 กลยุทธ์กลับสู่ค่าเฉลี่ย (Mean Reversion)
กลยุทธ์นี้เน้นราคาที่กลับเข้าสู่ค่าเฉลี่ยประวัติหลังจากมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรง
#5 การเทรดด้วยออสซิลเลเตอร์
ตัวชี้วัดเช่น RSI หรือ Stochastic ช่วยระบุสภาวะซื้อเกินหรือขายเกิน ซึ่งบ่งชี้ถึงโอกาสกลับตัวของราคา
#6 กลยุทธ์ Bollinger Bands
เทรดเดอร์เปิดตำแหน่งเมื่อราคาขยับระหว่าง แถบบนและล่าง โดยคาดหวังว่าราคาจะกลับเข้าสู่แถบกลาง
#7 การเทรดกลับตัวจากรูปแบบกราฟ
รูปแบบกราฟฟอเร็กซ์ เช่น รูปหัวและไหล่, double tops และ double bottoms ช่วยระบุโอกาสกลับตัวของแนวโน้ม
การเลือกแนวทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพตลาด— กลยุทธ์ตามแนวโน้มเหมาะกับตลาดที่มีทิศทางชัดเจน ขณะที่กลยุทธ์กลับสู่ค่าเฉลี่ยเหมาะกับตลาดที่เคลื่อนไหวในกรอบหรือรวมตัว
แนวทางการวิเคราะห์พื้นฐาน
#1 การเทรดมหภาค (Macro Trading)
การเทรดมหภาคมุ่งเน้นที่ แนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวม และปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวของสกุลเงิน เทรดเดอร์ใช้ตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาคสำคัญเพื่อประกอบการตัดสินใจเปิดตำแหน่ง:
#2 ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ย
สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่ามักดึงดูดการลงทุนมากกว่า ทำให้แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ให้อัตราผลตอบแทนน้อยกว่า
#3 ความแตกต่างของการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เทรดเดอร์เปิดตำแหน่งโดยเปรียบเทียบการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเลือกสกุลเงินจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่ามากกว่าที่อ่อนแอ
#4 การวิเคราะห์ดุลการชำระเงิน
การประเมินการไหลของการค้าและการลงทุนช่วยกำหนดว่าสกุลเงินใดอาจแข็งค่าหรืออ่อนค่าตามการเคลื่อนย้ายของทุน
#5 การเทรดข่าว
กลยุทธ์นี้ใช้ประโยชน์จากปฏิกิริยาของตลาดต่อการประกาศเศรษฐกิจและนโยบาย
#6 การเปิดเผยข้อมูลตามกำหนดเวลา
เทรดเดอร์เปิดตำแหน่งก่อนหรือหลังรายงานสำคัญ เช่น ข้อมูลเงินเฟ้อหรือการจ้างงาน โดยคาดการณ์ผลกระทบต่อตลาด
#7 การเทรดผลกระทบจากความประหลาดใจ
ความเบี่ยงเบนที่ไม่คาดคิดจากการคาดการณ์สามารถสร้างความผันผวนและโอกาสในการเทรด
#8 แถลงการณ์ของธนาคารกลาง
การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงนโยบายจากสถาบันเช่น Federal Reserve หรือ ECB ช่วยให้เทรดเดอร์คาดการณ์การเคลื่อนไหวของสกุลเงินได้
แนวทางการเทรดแบบผสมผสาน
การผสมผสานการวิเคราะห์ทางเทคนิคและพื้นฐานช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเทรด
การวิเคราะห์หลายกรอบเวลา
การใช้หลายกรอบเวลาช่วยยืนยันสัญญาณและปรับปรุงการตั้งค่าการเทรด
การรวมกันของปัจจัยพื้นฐานและเทคนิค
การจับคู่จุดเข้าเทรดทางเทคนิคกับแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคช่วยเพิ่มโอกาสชนะ
การเทรดตามความสัมพันธ์ (Correlation Trading)
การระบุความสัมพันธ์ระหว่างคู่สกุลเงินหรือสินทรัพย์ช่วยให้เทรดเดอร์จับแนวโน้มและป้องกันความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์เหล่านี้ช่วยให้เทรดเดอร์รับมือกับทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจระยะยาวและความผันผวนระยะสั้น ปรับปรุงการตัดสินใจในการเทรดฟอเร็กซ์
สไตล์การเทรดฟอเร็กซ์ยอดนิยม
ตามระยะเวลาการถือครอง
สแคลป์ปิ้ง (Scalping)
สแคลป์ปิ้งในฟอเร็กซ์ เป็นกลยุทธ์เทรดระยะสั้นมาก โดยถือครองตำแหน่งเป็นวินาทีถึงนาที เทรดเดอร์เปิดออเดอร์หลายครั้งต่อวัน บางครั้งถึงหลายสิบครั้ง โดยมุ่งหวังกำไรเล็กน้อย 1-15 pips ต่อการเทรด การดำเนินการรวดเร็วและสเปรดแคบเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้กลยุทธ์นี้มีประสิทธิภาพ
การเทรดรายวัน (Day Trading)
การเทรดรายวันฟอเร็กซ์ เกี่ยวข้องกับการเปิดและปิดตำแหน่งภายในวันเดียวกัน โดยปกติถือครองเป็นนาทีถึงชั่วโมง เทรดเดอร์มองหากำไรปานกลาง 15-50+ pips ต่อการเทรด และหลีกเลี่ยงการถือข้ามคืน การมีแผนการตั้งค่ารายวันที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จในวิธีนี้
การเทรดสวิง (Swing Trading)
การเทรดสวิง มุ่งเน้นจับการเคลื่อนไหวของราคาภายในระยะเวลาสั้นถึงปานกลาง ตั้งแต่หลายวันถึงหลายสัปดาห์ เทรดเดอร์เปิดออเดอร์หลายครั้งต่อสัปดาห์หรือเดือน โดยตั้งเป้ากำไรที่ใหญ่ขึ้น 50-200+ pips ต่อการเทรด กลยุทธ์นี้ต้องสามารถถือครองตำแหน่งผ่านความผันผวนภายในวันได้
การเทรดตำแหน่ง (Position Trading)
การเทรดตำแหน่งเป็นวิธีระยะยาว โดยถือครองตำแหน่งเป็นสัปดาห์ถึงเดือน เทรดเดอร์เปิดออเดอร์เพียงไม่กี่ครั้งต่อไตรมาสหรือปี โดยมุ่งหวังกำไรจากการเคลื่อนไหวของตลาดครั้งใหญ่ที่สร้างกำไรเป็นร้อย pips ความเชื่อมั่นในทิศทางตลาดพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกลยุทธ์นี้

รูปที่ 1: แสดงตัวอย่างการเทรดฟอเร็กซ์ยอดนิยม
วิธีการเป็นเทรดเดอร์ฟอเร็กซ์
สำรวจวิธีการเทรดฟอเร็กซ์ที่หลากหลาย
มีหลายวิธีในการเทรดฟอเร็กซ์แต่ละวิธีมีโอกาสและกลยุทธ์เฉพาะตัว เมื่อคุณเทรดกับ TMGM คุณสามารถเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาฟอเร็กซ์สปอต, ฟิวเจอร์ส และออปชันผ่านบัญชี CFD
นี่คือการสรุปวิธีการเทรดฟอเร็กซ์หลักๆ:
การเทรดฟอเร็กซ์สปอต
เทรดคู่สกุลเงินในราคาตลาดเรียลไทม์โดยไม่มีวันหมดอายุที่กำหนดผ่าน การเทรดสปอต วิธีนี้มีความยืดหยุ่นและเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการเทรดฟอเร็กซ์
ฟอเร็กซ์ฟิวเจอร์ส
ทำสัญญาซื้อหรือขายคู่สกุลเงินในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในวันที่กำหนด เทรดเดอร์มักใช้สัญญาเหล่านี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา
ฟอเร็กซ์ออปชัน
เทรดสัญญาที่ให้สิทธิ์ (แต่ไม่ใช่ภาระผูกพัน) ในการซื้อหรือขายคู่สกุลเงินในราคาที่กำหนด หากราคาขยับเกินระดับนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนด ออปชันเป็นวิธีการบริหารความเสี่ยงและใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของตลาดอย่างมีกลยุทธ์
กับ TMGM คุณสามารถเทรดทั้ง—ฟอเร็กซ์สปอต, ฟิวเจอร์ส และออปชัน—ผ่าน CFDs ฟอเร็กซ์ CFDs (สัญญาต่างส่วนต่าง) ช่วยให้คุณเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาโดยไม่ต้องถือครองคู่สกุลเงินจริง ทำให้คุณสามารถเทรดได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลงพร้อมใช้เลเวอเรจ
การเทรดฟอเร็กซ์กับ TMGM

TMGM เป็นโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ชั้นนำที่ให้บริการสภาพการเทรดที่ยอดเยี่ยม เทคโนโลยีล้ำสมัย และการสนับสนุนครบวงจรสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ
ทำไมต้องเลือก TMGM สำหรับการเทรดฟอเร็กซ์
TMGM มีสเปรดแคบเริ่มต้นที่ 0.0 pips บนคู่สกุลเงินหลัก พร้อมค่าคอมมิชชั่นที่แข่งขันได้ เทรดเดอร์สามารถใช้เลเวอเรจสูงสุดถึง 1:1000 ได้รับสภาพคล่องลึกจากผู้ให้บริการชั้นนำหลายรายเพื่อการดำเนินการเทรดที่มีประสิทธิภาพ แพลตฟอร์มมีความเร็วในการดำเนินการเฉลี่ยต่ำกว่า 30 มิลลิวินาที ลดการสลิปเพจและเพิ่มประสิทธิภาพการเทรด
TMGM รองรับ MetaTrader 4 (MT4) และ MetaTrader 5 (MT5)ใช้งานได้ทั้งบนเดสก์ท็อป เว็บ และอุปกรณ์มือถือ รองรับความต้องการเทรดที่หลากหลาย โบรกเกอร์ยังมีทรัพยากรการศึกษา เช่น Trading Academy เว็บบินาร์สด การวิเคราะห์ตลาดรายวัน คู่มือการเทรด และ ปฏิทินเทรดเรียลไทม์ เพื่อให้เทรดเดอร์ได้รับข้อมูลครบถ้วน ลูกค้ายังได้รับการสนับสนุนหลายภาษา ผู้จัดการบัญชีเฉพาะ และการดำเนินการถอนเงินที่รวดเร็ว เพื่อประสบการณ์การเทรดที่ราบรื่น
คอร์สและทรัพยากรการเทรดฟอเร็กซ์ฟรี
การเป็นเทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ที่ประสบความสำเร็จต้องใช้ทักษะ ความรู้ และการฝึกฝน TMGM มีทุกอย่างที่คุณต้องการเพื่อไปถึงจุดนั้น ด้วยคอร์สเรียนและเว็บบินาร์ฟรีมากมาย นอกจากนี้ยังมี บัญชีทดลองฟรี พร้อมเงินเสมือนจริงจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีความเสี่ยง
เรายังให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์การเทรด การวิเคราะห์ตลาด และบทความข่าวสำหรับทุกระดับประสบการณ์— ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ TMGM ก็มีสิ่งที่เหมาะกับคุณ









