

ทองคำเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัยที่ช่วยปกป้องความมั่นคงของพอร์ตการลงทุน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเศรษฐกิจผันผวน เงินเฟ้อสูง หรือค่าเงินอ่อนตัว ราคาทองคำยังคงมีเสถียรภาพและเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ทองคำยังถูกใช้งานในหลายอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์ และการบินอวกาศ ทำให้มีคุณค่าในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายสาเหตุที่ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญ พร้อมแนะนำ 4 วิธีการลงทุนทองคำสำหรับผู้เริ่มต้น รวมถึงแนวทางเลือกลงทุนทองแบบไหนดี ให้เหมาะกับเป้าหมายและความเสี่ยงของคุณ
แม้ระบบการเงินโลกจะเปลี่ยนมาใช้สกุลเงินฟิอัตที่รัฐบาลเป็นผู้ออกเงิน แต่ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจสูง เพราะมี ปริมาณจำกัด, ใช้งานได้จริงในหลายอุตสาหกรรม และยังเป็นที่ต้องการของธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งยังคงถือครองทองคำเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองเพื่อรักษาสภาพคล่องและเสถียรภาพของประเทศ
ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา อุปสงค์ทองคำจากบริษัทเอกชนและสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ราคาทองคำสปอตในช่วงปี 2024 มีทิศทางเติบโตอย่างมั่นคง โดยแตะระดับสูงสุดในช่วงปลายเดือนตุลาคม แสดงให้เห็นถึงความต้องการทองคำที่ยังคงแข็งแกร่งในระยะยาว

ทองคำถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายและความมั่นคงให้พอร์ตได้ดี แต่หากวัดผลตอบแทนในระยะยาวเมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ผลตอบแทนทองคำโดยรวมยังต่ำกว่า
กราฟด้านล่างคือผลตอบแทนย้อนหลัง 100 ปีของดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (สีน้ำเงิน) เทียบกับราคาทองคำ (สีส้ม) แสดงให้เห็นว่าหุ้นเติบโตมากกว่า 900% ขณะที่ทองคำเติบโตประมาณ 500% แม้ทองคำจะไม่ได้ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่จุดแข็งของมันคือความสามารถในการรักษามูลค่า และทำผลงานได้ดีในช่วงภาวะถดถอย

(แผนภูมิจาก Macrotrends)
ด้วยเหตุนี้ การมีทองคำ (เช่น XAUUSD) อยู่ในพอร์ตจึงช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหุ้น และช่วยป้องกันเงินเฟ้อได้เป็นอย่างดี ถือเป็นการลงทุนทองคำที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาความมั่งคงระยะยาว
ทองคำเป็นหนึ่งในตลาดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก มูลค่าทองคำกายภาพทั่วโลกมีมากกว่า 5.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับตลาดอนุพันธ์ที่มีการเปิดสถานะมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์
สภาพคล่องสูงทำให้การซื้อขายทองคำทำได้ง่าย เทรดเดอร์สามารถเข้า–ออกสถานะได้รวดเร็ว เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องการบริหารความเสี่ยงระยะสั้นและระยะยาว
การกระจายพอร์ตการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลายประเภทช่วยลดความเสี่ยงโดยรวม ทองคำมีความสัมพันธ์ต่ำกับตลาดหุ้น ดังนั้นเมื่อหุ้นปรับตัวลดลง ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทาง
ตัวอย่างชัดเจนคือ วิกฤตการเงินปี 2008 ที่หุ้นและอสังหาริมทรัพย์ตกลงหนัก แต่ราคาทองคำกลับเพิ่มขึ้นกว่า 21% จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนมองว่าการลงทุนทองคำช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ดี
ทองคำเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด ไม่สามารถผลิตเพิ่มได้เหมือนสกุลเงิน และมีความต้องการใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์ และการบินอวกาศ
ทองคำจึงรักษามูลค่าได้ดีตลอดประวัติศาสตร์ และเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยเก็บเงินทุนในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ราคาทองคำจะมีความผันผวน แต่ในภาพรวมระยะยาวราคาทองคำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสินทรัพย์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าเมื่อเทียบกับหุ้น
เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยอนุญาตให้เปลี่ยนสัดส่วนเงินออมเพื่อการเกษียณบางส่วนไปถือทองคำแทน เพื่อเพิ่มความมั่นคงและลดความเสี่ยงของพอร์ตในระยะยาว
การลงทุนทองแบบดั้งเดิม เช่น ทองแท่ง เหรียญทอง หรือทองรูปพรรณ สามารถซื้อผ่านร้านทองหรือผู้จำหน่ายที่ได้รับการรับรอง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องคำนึงถึง การเก็บรักษา, ค่าพรีเมียม, และ ความบริสุทธิ์ขั้นต่ำ 99.5% รวมถึงต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นหากซื้อเครื่องประดับ (เพราะมีค่าฝีมือ)
สัญญา CFDs เป็นวิธีการลงทุนที่แตกต่างสำหรับเทรดเดอร์ เช่น การเก็งกำไรจากราคาทองคำ ไม่เพียงแต่ช่วยให้นักลงทุนทำกำไรได้ทั้งจากราคาที่ขึ้นและลง แต่ยังช่วยลดความยุ่งยากในการเก็บรักษาทองคำกายภาพ
เป็นสัญญากำหนดซื้อขายทองคำในอนาคตตามราคาที่ตกลงกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยง หรือเทรดเดอร์ที่คาดการณ์ทิศทางของราคาทองคำในระยะสั้นและกลาง
ETF ทองคำเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนทองคำโดยไม่ต้องถือทองจริง และมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า ส่วน หุ้นเหมืองทองคำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายทองคำ โดยผลตอบแทนอาจสูงขึ้นหรือต่ำลงตามสภาวะธุรกิจของบริษัทนั้น ๆ
คำตอบขึ้นอยู่กับ เป้าหมาย, งบประมาณ, และ ระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้:
- ต้องการความมั่นคงสูง → ทองคำกายภาพ / ETF ทองคำ
- ต้องการเก็งกำไรและซื้อขายเร็ว → CFD ทองคำ / ฟิวเจอร์ส
- ต้องการลงทุนระยะยาว → ETF ทองคำ / หุ้นเหมืองทองคำ
การลงทุนทองคำไม่มีสูตรเดียวที่เหมาะกับทุกคน
แต่การเข้าใจคุณสมบัติ ข้อดี และข้อจำกัดของแต่ละประเภท จะช่วยให้คุณเลือก ลงทุนทองแบบไหนดี ให้เหมาะกับตัวเองได้มากที่สุด





