

รู้ไหมว่าการถือออเดอร์ข้ามคืนอาจทำให้คุณ 'เสียเงิน' หรือ 'ได้เงิน' เพิ่มก็ได้? Swap (สวอป) คืออะไร? และต่างจาก Spread ตรงไหน? บทความนี้จะเจาะลึกต้นทุนแฝงที่เทรดเดอร์ต้องรู้ พร้อมเผยความลับว่า ทำไมคืนวันพุธถึงโดนค่าธรรมเนียมคูณ 3 (3-Day Swap)? และเทคนิคการถือยาวเพื่อกินดอกเบี้ย (Carry Trade) กับ TMGM
สวอป หรือที่เรียกว่าการโรลโอเวอร์ คือดอกเบี้ยที่จ่ายหรือได้รับสำหรับการถือสถานะข้ามคืนในตลาดฟอเร็กซ์

จุดสำคัญเกี่ยวกับสวอป
แนวคิด
สวอปขึ้นอยู่กับความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินในคู่ที่คุณกำลังเทรด
อัตราสวอป
สามารถเป็นบวก (คุณได้รับดอกเบี้ย) หรือเป็นลบ (คุณจ่ายดอกเบี้ย)
สวอปสามเท่า
ในวันพุธ โบรกเกอร์หลายรายจะใช้สวอปสามเท่าเพื่อชดเชยช่วงสุดสัปดาห์
เวลาที่ใช้
สวอปจะถูกนำมาใช้โดยปกติในเวลา 17:00 น. ตามเวลาตะวันออก (EST) หรือ 22:00 น. ตามเวลา GMT ในช่วงเวลาปรับเวลาออมแสง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของวันเทรดฟอเร็กซ์ใหม่
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคืนค่า Swap ถึงแพงกว่าปกติ? คำตอบคือ "กฎ 3-Day Swap" ครับ
ในตลาด Forex ปกติเราจะคิดค่าธรรมเนียมข้ามคืนวันละ 1 เท่า แต่เนื่องจากตลาดปิดวันเสาร์-อาทิตย์ ธนาคารกลางจึงรวบยอดดอกเบี้ยของวันหยุดมาคิดล่วงหน้าใน "คืนวันพุธ"
สรุปสั้นๆ: หากคุณถือออเดอร์ข้ามคืนวันพุธ (เข้าสู่วันพฤหัสบดี) คุณจะโดนคิดค่า Swap 3 เท่า (สำหรับวันพุธ + เสาร์ + อาทิตย์)
| จันทร์ | อังคาร | พุธ ⚠️ | พฤหัสบดี | ศุกร์ |
|---|---|---|---|---|
| 1 เท่า | 1 เท่า | x3 (3-Day Swap) | 1 เท่า | 1 เท่า |
สวอป (Swap) เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อผลลัพธ์โดยรวมของการเทรดฟอเร็กซ์และ CFD โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณถือสถานะข้ามคืน ในขณะที่เทรดเดอร์จำนวนมากมองว่าสวอปเป็น “ต้นทุน” ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สวอปยังสามารถกลายเป็น โอกาสในการทำกำไรเพิ่มเติม ได้ หากคุณเข้าใจและใช้มันอย่างมีกลยุทธ์
เครื่องมือในการกระจายพอร์ตและกลยุทธ์ระยะยาว
สำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ การเลือกคู่สกุลเงินที่ให้สวอปบวกสามารถเป็นกลยุทธ์เสริมเพื่อสร้างกระแสรายได้แบบ “Passive” จากการถือครองระยะยาว โดยเฉพาะในสภาวะตลาดที่นิ่ง
ใช้สวอปเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยที่ส่งผลต่อสวอปมักสะท้อนถึงนโยบายการเงินของประเทศ เช่น การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ซึ่งช่วยให้นักเทรดเข้าใจแนวโน้มเศรษฐกิจและการเคลื่อนไหวของค่าเงินได้ดียิ่งขึ้น
ต้นทุนการถือสถานะข้ามคืน (Overnight Cost)
สวอปอาจกลายเป็นต้นทุนสะสม โดยเฉพาะเมื่อคุณถือสถานะในคู่สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าหรือเป็น “สวอปลบ” ซึ่งหมายความว่าคุณต้อง จ่ายดอกเบี้ยรายวัน ให้กับโบรกเกอร์ทุกคืนที่ถือสถานะ ตัวอย่างเช่น การถือสถานะ ขาย AUD/JPY ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยของ AUD สูงกว่า JPY อาจทำให้คุณถูกหักสวอปทุกวัน
ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Fluctuation Risk)
อัตราดอกเบี้ยของแต่ละประเทศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายการเงิน ทำให้ค่าสวอปไม่คงที่ หากธนาคารกลางปรับลดหรือปรับขึ้นดอกเบี้ยกะทันหัน อัตราสวอปอาจเปลี่ยนจากบวกเป็นลบได้
การเข้าใจวิธีคำนวณ Swap จะช่วยให้คุณประเมินต้นทุนกำไรได้แม่นยำขึ้น โดยปกติแล้วค่า Swap จะขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก คือ ขนาดสถานะ (Lot Size), อัตรา Swap ของคู่เงิน, และ จำนวนคืนที่ถือครอง
Swap (จำนวนเงิน) = อัตรา Swap × มูลค่าของ 1 Pip × จำนวนคืน
*หมายเหตุ: อัตรา Swap ดูได้จากหน้า Specification ใน MT4
ลองมาดูตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนครับ สมมติว่าคุณเปิดสถานะ ซื้อ (Long) คู่เงิน USD/JPY:
🧮 วิธีคิด:
-0.18 (อัตรา Swap) × $9.09 (มูลค่า Point) = -$1.64 ต่อคืน
ผลลัพธ์: หากคุณถือออเดอร์นี้เป็นเวลา 30 วัน
คุณจะมีต้นทุนค่า Swap รวม = 30 × -$1.64 = -$49.20 (ประมาณ 1,700 บาท)
แม้ค่า Swap ต่อคืนจะดูน้อย แต่เมื่อสะสมกันหลายวันก็เป็นเงินจำนวนมาก ดังนั้นการตรวจสอบค่า Swap ก่อนเข้าเทรดจึงสำคัญมาก
ขนาดของสถานะ (Position Size)
ยิ่งสถานะของคุณมีขนาดใหญ่ ค่าสวอปที่คำนวณได้ก็จะมากขึ้นตามสัดส่วน เพราะค่าธรรมเนียมหรือผลตอบแทนจากสวอปถูกคำนวณตามจำนวนล็อตที่เปิดอยู่
สูตรพื้นฐานในการคำนวณสวอป
Swap = (ขนาดสัญญา × ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย × จำนวนวัน) ÷ 360
โดยที่
-ขนาดสัญญา (Contract Size) หมายถึงมูลค่าของสถานะ เช่น 100,000 หน่วยสำหรับ 1 ล็อตมาตรฐาน
-ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย คือความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงิน
-จำนวนวัน คือระยะเวลาที่ถือสถานะข้ามคืน
ค่าธรรมเนียมสวอปคือค่าใช้จ่ายหรือรายได้จากการถือสถานะข้ามคืน

แง่มุมสำคัญของค่าธรรมเนียมสวอป
วัตถุประสงค์
ชดเชยความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงิน
การนำไปใช้
ใช้ในตอนท้ายของแต่ละวันเทรด (โดยปกติเวลา 17:00 น. EST ในตลาดฟอเร็กซ์)
ความผันแปร
ค่าธรรมเนียมสวอปสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพตลาดและนโยบายธนาคารกลาง
สถานะซื้อ (Long) กับขาย (Short)
ขึ้นอยู่กับว่าคุณถือสถานะซื้อหรือขายในคู่สกุลเงิน คุณอาจต้องจ่ายหรือได้รับค่าธรรมเนียมสวอป
ทิศทางการเทรด (Buy หรือ Sell)
-หากคุณเปิด สถานะซื้อ (Long Position) หมายถึงคุณซื้อสกุลเงินพื้นฐาน (Base Currency) และขายสกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency)
-หากคุณเปิด สถานะขาย (Short Position) หมายถึงคุณขายสกุลเงินพื้นฐานและซื้อสกุลเงินอ้างอิง
ดังนั้น ทิศทางการเทรดจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะ ได้รับหรือจ่ายสวอป
ผลกระทบต่อกลยุทธ์
ค่าธรรมเนียมสวอปมีผลอย่างมากต่อความสามารถในการทำกำไรของสถานะระยะยาว โดยเฉพาะในกลยุทธ์ carry trade
ดูค่า Swap ตรงไหนใน MT4? (เช็คก่อนเทรด ไม่ขาดทุน)
อย่าเดาค่า Swap เอาเอง! เพราะค่า Swap ของแต่ละคู่เงินมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลาง วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการเช็คในโปรแกรม MetaTrader 4 (MT4) ของคุณโดยตรงตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ครับ:
1.ไปที่หน้าต่าง Market Watch (ตารางแสดงราคาคู่เงินด้านซ้ายมือ)
2.คลิกขวา ที่คู่เงินที่คุณต้องการเช็ค (เช่น EURUSD)
3.เลือกเมนู Specification (หรือ "คุณสมบัติ")
4.เลื่อนลงมาด้านล่างสุด คุณจะเจอคำว่า:
Swap Long: ค่าดอกเบี้ยสำหรับขา Buy
Swap Short: ค่าดอกเบี้ยสำหรับขา Sell
แปลว่าคุณต้อง "จ่าย" ค่าธรรมเนียมให้โบรกเกอร์ (ต้นทุนเพิ่มขึ้น)
แปลว่าคุณจะ "ได้รับ" ดอกเบี้ยเข้าพอร์ต (กำไรเพิ่มขึ้นฟรีๆ)
*หมายเหตุ: หน่วยของค่า Swap ใน MT4 มักจะแสดงเป็น Point หรือจำนวนเงิน ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของแต่ละโบรกเกอร์
ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราสวอป
ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ย
ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินในคู่เป็นปัจจัยหลักในการกำหนดอัตราสวอป
สวอปสะท้อนถึงส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ ตัวอย่างเช่น หากคุณเทรดคู่ AUD/USD
-หากอัตราดอกเบี้ยของ AUD สูงกว่า USD การถือสถานะ ซื้อ (Long AUD/USD) จะทำให้คุณได้รับสวอป
-แต่ถ้าคุณถือสถานะ ขาย (Short AUD/USD) คุณจะต้องจ่ายค่าสวอปแทน
นโยบายธนาคารกลาง
การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินสามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่ออัตราดอกเบี้ยและอัตราสวอป
สภาพตลาด
ในช่วงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อัตราสวอปอาจมีความผันผวนมากขึ้น
การเพิ่มมาร์กอัปของโบรกเกอร์
โบรกเกอร์บางรายอาจเพิ่มมาร์กอัปในอัตราสวอประหว่างธนาคาร
สเปรดคือความแตกต่างระหว่างราคาซื้อ (ราคาขอซื้อ) และราคาขาย (ราคาขาย) ของเครื่องมือทางการเงิน เป็นต้นทุนของการเทรดและแสดงถึงกำไรของโบรกเกอร์

จุดสำคัญเกี่ยวกับสเปรด
การวัด
สเปรดมักจะวัดเป็นหน่วยพิปส์ (pips) ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวราคาที่เล็กที่สุดที่อัตราแลกเปลี่ยนสามารถเปลี่ยนแปลงได้
ประเภทของสเปรด
สเปรดคงที่ (Fixed Spread): คงที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามสภาพตลาด
สเปรดผันแปร (Variable Spread): เปลี่ยนแปลงตามสภาพสภาพคล่องและความผันผวนของตลาด
ปัจจัยที่มีผลต่อสเปรด
-ความผันผวนของตลาด
-สภาพคล่องของสินทรัพย์
-ช่วงเวลาของวัน (สเปรดมักจะกว้างขึ้นในช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องต่ำ)
-เหตุการณ์ข่าวสำคัญหรือการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจ
ผลกระทบต่อการเทรด
-สเปรดที่กว้างขึ้นจะเพิ่มต้นทุนการเทรด
-เทรดเดอร์ต้องคำนึงถึงสเปรดเมื่อกำหนดคำสั่งทำกำไร (take-profit) และหยุดขาดทุน (stop-loss)
ตัวอย่างการคำนวณสเปรด
สมมติว่าคุณกำลังเทรดคู่สกุลเงิน EUR/USD:
-ราคาขาย (bid) คือ 1.1000
-ราคาซื้อ (ask) คือ 1.1002
สเปรดจะเท่ากับความแตกต่าง: 1.1002 - 1.1000 = 0.0002 หรือ 2 พิปส์
ถ้าคุณเทรดล็อตมาตรฐาน (100,000 หน่วย) ต้นทุนของสเปรดนี้จะเท่ากับ 0.0002 * 100,000 = 20 ดอลลาร์
ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องให้ตลาดเคลื่อนไหวอย่างน้อยสองพิปส์ในทิศทางที่เป็นประโยชน์เพื่อทำให้การเทรดไม่ขาดทุน
การพิจารณาต้นทุน
สวอปและสเปรดเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนรวมในการเทรด เทรดเดอร์ควรนำต้นทุนเหล่านี้มาคำนวณในกำไรและขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น
ผลกระทบต่อกลยุทธ์
-เทรดเดอร์รายวันได้รับผลกระทบจากสเปรดมากกว่า
-เทรดเดอร์แบบสวิงและแบบถือสถานะต้องใส่ใจอัตราสวอปอย่างใกล้ชิด
การเลือกโบรกเกอร์
การเปรียบเทียบสเปรดและอัตราสวอปเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกโบรกเกอร์
การบริหารความเสี่ยง
การเข้าใจต้นทุนเหล่านี้ช่วยให้ตั้งระดับหยุดขาดทุนและทำกำไรได้แม่นยำขึ้น
รู้ไหมว่า? นักลงทุนระดับโลกหลายคนไม่ได้เทรดเพื่อเก็งกำไรส่วนต่างราคาอย่างเดียว แต่พวกเขาเทรดเพื่อ "กินส่วนต่างดอกเบี้ย" หรือที่เรียกว่า Carry Trade ครับ
หลักการง่ายๆ คือ: "ซื้อสกุลเงินที่ดอกเบี้ยสูง และขายสกุลเงินที่ดอกเบี้ยต่ำ"
หากคุณเปิดออเดอร์ในทิศทางที่เป็น Positive Swap (+) และถือข้ามคืน คุณจะได้รับเงินเข้าพอร์ตฟรีๆ ทุกเช้า! แม้กราฟจะไม่ขยับไปไหนเลยก็ตาม
สมมติคุณเปิดออเดอร์คู่เงินที่มีค่า Swap +10 USD ต่อคืน
ผลกระทบต่อสไตล์การเทรดต่างๆ
การสแคลป์ (Scalping)
เทรดเดอร์สแคลป์มีความไวต่อสเปรดสูงและทำการเทรดจำนวนมากในช่วงเวลาสั้นๆ โดยทั่วไปจะหลีกเลี่ยงการถือสถานะข้ามคืนเพื่อไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมสวอป
การเทรดรายวัน (Day Trading)
เทรดเดอร์รายวันเน้นการเคลื่อนไหวราคาภายในวันและให้ความสำคัญกับสเปรดเป็นหลัก โดยปกติจะปิดสถานะก่อนที่ค่าธรรมเนียมสวอปจะถูกนำมาใช้
การเทรดแบบสวิง (Swing Trading)
เทรดเดอร์แบบสวิงถือสถานะเป็นวันหรือสัปดาห์ ต้องคำนึงถึงทั้งสเปรดและค่าธรรมเนียมสวอปในแผนการเทรด
การเทรดแบบถือสถานะ (Position Trading)
ค่าธรรมเนียมสวอปมีผลอย่างมากต่อเทรดเดอร์ระยะยาว สวอปบวกช่วยเพิ่มกำไร ในขณะที่สวอปลบอาจทำให้กำไรลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
หากคุณเป็นเทรดเดอร์สาย ถือยาว (Position Trading) หรือ รันเทรนด์ (Trend Following) ที่ต้องถือออเดอร์ข้ามสัปดาห์หรือข้ามเดือน ค่า Swap อาจกลายเป็นศัตรูตัวร้ายที่กัดกินกำไรของคุณจนหมด
ข่าวดีคือ: ที่ TMGM เรามีตัวเลือกบัญชีแบบ "Swap-Free" (ฟรีค่าธรรมเนียมข้ามคืน) เพื่อช่วยลดต้นทุนให้คุณโดยเฉพาะ
เปรียบเทียบความคุ้มค่า:
บัญชีปกติ: ถือออเดอร์ทองคำ (XAUUSD) ขา Buy ข้ามคืน = เสียเงินทุกคืน (ยิ่งถือนาน กำไรยิ่งลด)
บัญชี Swap-Free: ถือออเดอร์ทองคำ (XAUUSD) ขา Buy ข้ามคืน = ฟรี! ไม่เสียค่าธรรมเนียม (ถือนานแค่ไหน กำไรก็เท่าเดิม)
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม (Islamic Account) ที่ไม่สามารถรับหรือจ่ายดอกเบี้ยได้เนื่องจากข้อปฏิบัติทางศาสนา บัญชีเหล่านี้มีให้บริการทั้ง Edge และ Classic account types บน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 platforms เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับหลักชะรีอะฮ์
หมดกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมข้ามคืนที่บานปลาย เลือกเปิดบัญชี Swap-Free กับ TMGM วันนี้ ให้คุณถือออเดอร์ได้นานเท่าที่ต้องการโดยไม่มีดอกเบี้ยมารบกวนกำไร
อย่างที่คุณได้เรียนรู้ การเข้าใจสวอปและสเปรดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเทรดที่มีประสิทธิภาพ เมื่อคุณเทรดกับ TMGM (Trademax Global Markets) คุณสามารถใช้ความรู้นี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์การเทรดของคุณ นี่คือวิธีที่ข้อเสนอของ TMGM สอดคล้องกับแนวคิดสำคัญเหล่านี้:
สเปรดที่แข่งขันได้กับ TMGM
TMGM มีชื่อเสียงในการเสนอสเปรดที่แข่งขันได้ในเครื่องมือทางการเงินหลากหลายประเภท:
TMGM ให้สเปรดที่แคบในคู่สกุลเงินหลัก รอง และคู่สกุลเงินแปลกใหม่ เช่น สเปรดของ EUR/USD อาจต่ำถึง 0.0 พิปส์ในบัญชี ECN Raw
ไม่ว่าคุณจะเทรดดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ หรือคริปโตเคอร์เรนซี TMGM ก็มีสเปรดที่แข่งขันได้เพื่อช่วยลดต้นทุนการเทรดของคุณ
TMGM ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสเปรด ช่วยให้คุณคำนวณต้นทุนการเทรดได้อย่างแม่นยำ
แพลตฟอร์มการเทรดของ TMGM และข้อมูลสวอป/สเปรด
TMGM มีแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 (MT4) และ MetaTrader 5 (MT5) ที่ให้คุณเข้าถึงข้อมูลสเปรดและสวอปได้อย่างง่ายดาย:
เข้าร่วมการสัมมนาออนไลน์ที่มักจะครอบคลุมหัวข้อเกี่ยวกับต้นทุนการเทรดและการเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์
คุณสามารถดูอัตราสวอปของเครื่องมือใดก็ได้โดยคลิกขวาที่เครื่องมือนั้นในหน้าต่าง Market Watch และเลือก "Specification"
แพลตฟอร์มจะคำนวณและนำค่าธรรมเนียมสวอปไปใช้กับสถานะของคุณโดยอัตโนมัติ ซึ่งคุณสามารถดูได้ในประวัติบัญชีของคุณ
แหล่งข้อมูลเพื่อการศึกษา
TMGM มุ่งมั่นที่จะให้ความรู้แก่เทรดเดอร์และมีแหล่งข้อมูลช่วยให้คุณเข้าใจแนวคิดเช่นสวอปและสเปรด
เข้าถึงคู่มือที่ครอบคลุมซึ่งอธิบายต้นทุนการเทรด รวมถึงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสเปรดและสวอป
เข้าร่วมการสัมมนาออนไลน์ที่มักจะครอบคลุมหัวข้อเกี่ยวกับต้นทุนการเทรดและการเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์
รับการสนับสนุนส่วนบุคคลเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจว่าค่าสเปรดและสวอปมีผลต่อแนวทางการเทรดของคุณอย่างไร
เพิ่มประสิทธิภาพการเทรดของคุณกับ TMGM
1. เลือกประเภทบัญชีที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณ
2. คำนวณต้นทุนการเทรดที่อาจเกิดขึ้นอย่างแม่นยำ
3. ตัดสินใจอย่างรอบคอบเกี่ยวกับการถือสถานะข้ามคืน
4. ใช้ประโยชน์จากแหล่งความรู้ของ TMGM เพื่อพัฒนากลยุทธ์การเทรดของคุณอย่างต่อเนื่อง
5. ใช้แพลตฟอร์มและเครื่องมือที่ TMGM มีให้เพื่อติดตามและจัดการต้นทุนการเทรดของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่าลืมว่าความสำเร็จในการเทรดไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่การคาดการณ์ทิศทางของตลาดเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับการบริหารต้นทุนและความเข้าใจในกลไกของตลาดด้วย ด้วยเงื่อนไขการเทรดที่แข่งขันได้จาก TMGM และความเข้าใจเกี่ยวกับ สวอป และ สเปรด คุณจะสามารถวางกลยุทธ์และนำทางในตลาดได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โปรดติดตามข้อมูลอัตราล่าสุดและการเปลี่ยนแปลงในสภาพการเทรด ทีมสนับสนุนลูกค้าของ TMGM พร้อมช่วยเหลือคุณในทุกคำถามเกี่ยวกับสเปรด อัตราสวอป หรือประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีการเทรดของคุณ
เริ่มใช้ TMGM วันนี้เพื่อสัมผัสประสบการณ์แพลตฟอร์มการเทรดระดับมืออาชีพและยกระดับกลยุทธ์ของคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น หรือเทรดเดอร์ที่ต้องการพัฒนาแนวทางให้ดียิ่งขึ้น TMGM มีทั้งเครื่องมือทรงพลังและการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในตลาดการเงินได้อย่างมั่นใจ





