บทความ

Pip คืออะไร? วิธีนับ Pip vs Point และสูตรคำนวณกำไร 2026

Pip คืออะไร? และ 1 Pip มีค่าเท่ากับกี่ดอลลาร์? หากคุณกำลังเริ่มต้นเทรด Forex การเข้าใจวิธีนับ Pips คือก้าวแรกสู่การทำกำไร บทความนี้สรุปความแตกต่างระหว่าง Pip และ Point แบบชัดเจน พร้อมตัวอย่างการคำนวณจริงที่คุณสามารถนำไปใช้กับแพลตฟอร์ม MT4/MT5 ของ TMGM ได้ทันที

Pip คือหน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่สกุลเงินในตลาดฟอเร็กซ์ (Forex) คำว่า Pip ย่อมาจาก Percentage in Point อ่านว่า “พิป” ส่วน Pips เป็นรูปพหูพจน์ของคำเดียวกัน สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ 1 Pip เท่ากับราคาที่ขยับ 0.0001 ส่วนคู่เงินที่มีเยนญี่ปุ่น (JPY) เป็นสกุลเงินอ้างอิง เช่น USD/JPY จะใช้ 1 Pip เท่ากับ 0.01

เทรดเดอร์ใช้ Pip เพื่อบอกระยะที่ราคาขยับ วัดสเปรด และกำหนดระยะ Stop Loss หรือ Take Profit ส่วนการคำนวณกำไรขาดทุนเป็นเงินต้องดูมูลค่าต่อ Pip ตามขนาด Lot ด้วย บทความนี้จะอธิบายวิธีนับ Pip ความต่างระหว่าง Pip กับ Point และวิธีคำนวณมูลค่า Pip เป็นดอลลาร์และเงินบาท พร้อมตัวอย่างที่ทำตามได้

ภาพอธิบายความหมายของ PIP

Pip คืออะไรใน Forex และ Pips ต่างจาก Pip อย่างไร?

ในตลาด Forex Pip ใช้บอกว่าราคาคู่เงินเคลื่อนไหวไปมากน้อยเพียงใด เช่น ราคาขึ้น 10 Pips หรือราคาลง 20 Pips ทำให้สื่อสารระยะการเปลี่ยนแปลงราคาได้โดยไม่ต้องเขียนส่วนต่างเป็นทศนิยมทุกครั้ง

Pips คือรูปพหูพจน์ของ Pip จึงมีความหมายและวิธีนับเหมือนกัน เช่น 1 Pip และ 10 Pips หากพบคำว่า “Pips ในฟอเร็กซ์” หรือ “Pips Forex” ก็หมายถึงหน่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคาคู่เงิน ไม่ใช่หน่วยอีกประเภทหนึ่ง

ขนาดของ 1 Pip สำหรับคู่เงินที่พบได้บ่อยแบ่งเป็นสองกรณี ได้แก่

  • คู่เงินส่วนใหญ่ เช่น EUR/USD และ GBP/USD: 1 Pip = 0.0001 โดยนับที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 ตัวอย่าง EUR/USD ขยับจาก 1.2500 เป็น 1.2501 เท่ากับราคาขึ้น 1 Pip หากขยับเป็น 1.2510 จะเท่ากับขึ้น 10 Pips
  • คู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลเงินอ้างอิง เช่น USD/JPY: 1 Pip = 0.01 โดยนับที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 2 ตัวอย่าง USD/JPY ขยับจาก 145.20 เป็น 145.21 เท่ากับราคาขึ้น 1 Pip หากขยับเป็น 145.30 จะเท่ากับขึ้น 10 Pips

อย่างไรก็ตาม Pip ไม่จำเป็นต้องเป็นหน่วยราคาที่เล็กที่สุดบนหน้าจอ เพราะแพลตฟอร์มอาจแสดงราคาเพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่งทศนิยม ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่เรียกว่า Pipette

ภาพตัวอย่างการวัด PIP ของสกุลเงิน EUR/USD

Pipette (Fractional Pip) คืออะไร?

Pipette คือหน่วยย่อยที่มีขนาดเท่ากับ 0.1 Pip หรือหนึ่งในสิบของ Pip สำหรับคู่เงินทั่วไปจะอยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 5 ส่วนคู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลเงินอ้างอิงจะอยู่ที่ตำแหน่งที่ 3

ตัวอย่าง EUR/USD ขยับจาก 1.12000 เป็น 1.12001 เท่ากับ 1 Pipette หรือ 0.1 Pip แต่หากขยับจาก 1.12000 เป็น 1.12010 จะเท่ากับ 1 Pip

ตามตารางเงื่อนไขการเทรดของ TMGM คู่เงินอย่าง EUR/USD และ GBP/USD แสดงราคาทศนิยม 5 ตำแหน่ง ส่วน USD/JPY แสดง 3 ตำแหน่ง จึงต้องแยกตำแหน่งของ Pip ออกจากตัวเลขทศนิยมสุดท้ายเมื่ออ่านราคา

สินทรัพย์อื่นนับ Pip เหมือนคู่เงินหรือไม่?

ทองคำ ดัชนี และคริปโตอาจใช้ขนาด Pip หรือหน่วยวัดการเคลื่อนไหวต่างจากคู่เงิน Forex จึงไม่ควรนำกฎ 1 Pip = 0.0001 ไปใช้กับทุกสินทรัพย์ ก่อนคำนวณควรตรวจสอบขนาดหน่วยราคาและขนาดสัญญาจาก เงื่อนไขการเทรด ของสินทรัพย์นั้น

สำหรับคำถามว่า 1 Pip ใน XAUUSD คือเท่าไหร่ หน้าผลิตภัณฑ์ XAUUSD ของ TMGM ระบุขนาด Pip เท่ากับราคาทองคำที่ขยับ 0.01 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ เช่น จาก 4,000.00 เป็น 4,000.01 เท่ากับ 1 Pip ส่วนมูลค่าเงินต่อ Pip ขึ้นอยู่กับขนาด Lot ที่เปิด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือการนับพิปทองคำ

เมื่ออ่านข้อมูล XAUUSD Pips จากแหล่งอื่น ควรตรวจว่ากำหนดขนาด 1 Pip ไว้อย่างไร เพื่อให้ใช้หน่วยเดียวกันตลอดการคำนวณ ส่วนดัชนีอย่าง NAS100 มักอธิบายการเคลื่อนไหวเป็นจุดดัชนี ซึ่งต้องแยกจาก Point บนแพลตฟอร์ม สำหรับดัชนีและคริปโตให้ตรวจรายละเอียดสัญญา (Specification) ทั้งจำนวนทศนิยม ขนาดสัญญา Tick Size และ Tick Value ก่อนแปลงระยะราคาเป็นเงิน

ที่มาของ Pip ในตลาด Forex

เดิมราคาคู่เงินส่วนใหญ่แสดงทศนิยม 4 ตำแหน่ง ส่วนคู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลเงินอ้างอิงแสดง 2 ตำแหน่ง Pip จึงสอดคล้องกับการขยับของทศนิยมตำแหน่งสุดท้ายในรูปแบบราคานั้น

เมื่อแพลตฟอร์มแสดงราคาเพิ่มเป็น 5 หรือ 3 ตำแหน่ง หน่วยที่ละเอียดขึ้นเรียกว่า Pipette แต่ขนาดของ Pip ยังคงเดิม เทรดเดอร์จึงยังใช้ Pip บอกระยะราคา สเปรด และระยะ Stop Loss ได้ แม้หน้าจอจะแสดงทศนิยมมากขึ้น

Pip vs Point ต่างกันอย่างไร?

Pip คือหน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่เงิน Forex ส่วน Point หรือ “จุด” คือหน่วยราคาตามทศนิยมตำแหน่งสุดท้ายที่ MT4/MT5 แสดง ทั้งสองหน่วยจึงอาจมีขนาดต่างกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนตำแหน่งทศนิยมของคู่เงินนั้น

ก่อนนับระยะราคา ควรแยกความหมายของแต่ละหน่วยให้ชัดเจน

  • Pip สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ เช่น EUR/USD และ GBP/USD ขนาด 1 Pip เท่ากับ 0.0001 ส่วนคู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลเงินอ้างอิง เช่น USD/JPY และ EUR/JPY ขนาด 1 Pip เท่ากับ 0.01
  • Pipette หน่วยย่อยที่มีขนาดเท่ากับ 0.1 Pip หรือหนึ่งในสิบของ Pip ใช้แสดงราคาที่ละเอียดขึ้นอีกหนึ่งตำแหน่งทศนิยม
  • Point หน่วยราคาตามทศนิยมตำแหน่งสุดท้ายที่แพลตฟอร์มแสดง เช่น EUR/USD ที่แสดงราคา 5 ตำแหน่ง มีขนาด 1 Point เท่ากับ 0.00001 ซึ่งเท่ากับ 1 Pipette

ตัวอย่างราคา EUR/USD 1.07548 เลข 4 อยู่ในทศนิยมตำแหน่งที่ 4 ซึ่งเป็นตำแหน่งของ Pip ส่วนเลข 8 อยู่ในทศนิยมตำแหน่งที่ 5 ซึ่งเป็นตำแหน่งของ Pipette และ Point ในรูปแบบราคานี้

Point ต่างจาก Tick Size อย่างไร? Point บอกขนาดหน่วยตามทศนิยมที่แสดง ส่วน Tick Size คือขั้นการเปลี่ยนแปลงราคาขั้นต่ำที่สัญญากำหนด และ Tick Value คือมูลค่าเงินของการขยับ 1 Tick สำหรับสถานะขนาด 1 Lot ทั้งสองขนาดอาจไม่เท่ากัน จึงควรตรวจสอบรายละเอียดสัญญา (Specification) ของสินทรัพย์ก่อนคำนวณ

1 Pip เท่ากับกี่จุด?

1 Pip เท่ากับ 10 จุด (Points) สำหรับคู่เงินทั่วไปที่แสดงราคา 5 ตำแหน่ง และคู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลเงินอ้างอิงซึ่งแสดงราคา 3 ตำแหน่ง แต่หากแสดงราคา 4 ตำแหน่งสำหรับคู่เงินทั่วไป หรือ 2 ตำแหน่งสำหรับคู่ JPY จะเท่ากับ 1 Pip = 1 Point

เหตุผลคือ Pip มีขนาดตามธรรมเนียมของคู่เงิน ขณะที่ Point มีขนาดตามจำนวนตำแหน่งทศนิยมที่แพลตฟอร์มแสดง ดังนั้น ก่อนแปลง Pip เป็นจุด ต้องดูรูปแบบราคาของคู่เงินนั้นก่อน

ตารางเปรียบเทียบ Pip กับ Point ตามจำนวนตำแหน่งทศนิยม

คู่เงิน / รูปแบบราคาขนาด 1 Pipขนาด 1 Point1 Pip เท่ากับกี่จุด
EUR/USD แสดง 5 ตำแหน่ง เช่น 1.075480.00010.0000110 จุด
EUR/USD แสดง 4 ตำแหน่ง เช่น 1.07540.00010.00011 จุด
USD/JPY แสดง 3 ตำแหน่ง เช่น 150.1250.010.00110 จุด
USD/JPY แสดง 2 ตำแหน่ง เช่น 150.120.010.011 จุด

คู่เงิน JPY ต่างจากคู่เงินทั่วไปที่ ขนาด Pip ส่วนจำนวน Points ต่อ Pip ยังขึ้นอยู่กับจำนวนตำแหน่งทศนิยมเช่นเดียวกัน ตารางนี้ใช้เปรียบเทียบรูปแบบราคา โดยควรตรวจสอบรูปแบบที่แสดงจริงบนบัญชีเทรดของคุณ

สำหรับราคาคู่เงินแบบ 5 ตำแหน่ง หรือคู่ JPY แบบ 3 ตำแหน่ง สามารถแปลงหน่วยได้ดังนี้

  • 1 Point = 0.1 Pip
  • 0.2 Pip = 2 Points
  • 10 Pips = 100 Points
  • 50 Pips = 500 Points

ส่วนทองคำ XAUUSD และดัชนี เช่น NAS100 ควรตรวจสอบนิยามหน่วยราคาและรายละเอียดสัญญาแยกต่างหาก ก่อนนำอัตราส่วนของคู่เงินไปใช้

วิธีนับ Pip และ Point จากส่วนต่างราคา

การนับระยะราคาทำได้โดยนำส่วนต่างราคามาหารด้วยขนาดของหน่วยที่ต้องการ

จำนวน Pip = ส่วนต่างราคา ÷ ขนาด 1 Pip

จำนวน Point = ส่วนต่างราคา ÷ ขนาด 1 Point

หากต้องการวัดเฉพาะระยะที่ราคาขยับ ให้ใช้ส่วนต่างราคาเป็นค่าบวก ส่วนการขยับขึ้นหรือลงให้พิจารณาแยกจากจำนวน Pip

ตัวอย่างที่ 1: EUR/USD แสดงราคา 5 ตำแหน่ง

ราคาขยับจาก 1.07548 เป็น 1.07648 ส่วนต่างราคาเท่ากับ 0.00100

  • จำนวน Pip: 0.00100 ÷ 0.0001 = 10 Pips
  • จำนวน Point: 0.00100 ÷ 0.00001 = 100 Points

ดังนั้น การขยับของ EUR/USD ในตัวอย่างนี้เท่ากับ 10 Pips หรือ 100 จุด

ตัวอย่างที่ 2: USD/JPY แสดงราคา 3 ตำแหน่ง

ราคาขยับจาก 150.125 เป็น 150.375 ส่วนต่างราคาเท่ากับ 0.250

  • จำนวน Pip: 0.250 ÷ 0.01 = 25 Pips
  • จำนวน Point: 0.250 ÷ 0.001 = 250 Points

ดังนั้น การขยับของ USD/JPY ในตัวอย่างนี้เท่ากับ 25 Pips หรือ 250 จุด

จำง่าย ๆ

สำหรับคู่เงินทั่วไปที่แสดงราคา 5 ตำแหน่ง และคู่ JPY ที่แสดงราคา 3 ตำแหน่ง ให้ หารจำนวน Points ด้วย 10 เพื่อแปลงเป็น Pips หรือ คูณจำนวน Pips ด้วย 10 เพื่อแปลงเป็น Points

1 Pip เท่ากับกี่บาท? สูตรคำนวณมูลค่า Pip

1 Pip เท่ากับกี่บาทขึ้นอยู่กับคู่เงิน ขนาด Lot และอัตราแลกเปลี่ยน เช่น EUR/USD หรือ GBP/USD ในบัญชี USD ขนาด 1.00 Lot มีมูลค่า 10 USD ต่อ Pip หากสมมติว่า 1 USD = 33 บาท จะเท่ากับ 330 บาทต่อ Pip ส่วนขนาด 0.10 Lot และ 0.01 Lot จะเท่ากับ 33 บาทและ 3.30 บาทต่อ Pip ตามลำดับ

การคำนวณมูลค่า Pip เริ่มจากหามูลค่าในสกุลเงินอ้างอิงของคู่เงิน แล้วจึงแปลงเป็นสกุลเงินบัญชีหรือเงินบาทตามต้องการ โดยใช้สูตร

มูลค่าต่อ Pip ในสกุลเงินอ้างอิง = ขนาด Pip × ขนาดสัญญาต่อ 1 Lot × จำนวน Lot

สกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency) คือสกุลเงินตัวหลังของคู่เงิน เช่น USD ใน EUR/USD และ JPY ใน USD/JPY ส่วนขนาดสัญญามาตรฐานของคู่เงินโดยทั่วไปคือ 1.00 Lot = 100,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก (Base Currency)

ตัวอย่างการคำนวณค่า Pip ของ EUR/USD ขนาด 0.10 Lot

0.0001 × 100,000 × 0.10 = 1 USD ต่อ Pip

หากต้องการแปลงเป็นเงินบาท ให้นำมูลค่า Pip ในหน่วย USD คูณด้วยอัตรา USD/THB:

มูลค่าต่อ Pip เป็นเงินบาท = มูลค่าต่อ Pip เป็น USD × อัตรา USD/THB

เมื่อใช้อัตราแลกเปลี่ยนสมมติ 1 USD = 33 บาท จะได้ 1 × 33 = 33 บาทต่อ Pip

ภาพวิธีการคำนวณค่า PIP ในการเทรด

ค่า Pip ของ EUR/USD และ GBP/USD 1 Pip เท่ากับกี่ดอลลาร์?

ค่า Pip ของ EUR/USD และ GBP/USD ในบัญชี USD เท่ากับ 10 USD ต่อ 1.00 Lot, 1 USD ต่อ 0.10 Lot และ 0.10 USD ต่อ 0.01 Lot เมื่อใช้ขนาด Pip 0.0001 และขนาดสัญญา 100,000 หน่วยต่อ 1 Lot

ขนาด Lotวิธีคำนวณมูลค่าต่อ Pipมูลค่าต่อ 1 Pip (USD)มูลค่าต่อ 1 Pip (บาท)
1.00 Lot (Standard)0.0001 × 100,000 × 1.0010 USD330 บาท
0.10 Lot (Mini)0.0001 × 100,000 × 0.101 USD33 บาท
0.01 Lot (Micro)0.0001 × 100,000 × 0.010.10 USD3.30 บาท

ตัวเลขเงินบาทใช้อัตราแลกเปลี่ยนสมมติ 1 USD = 33 บาทเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ มูลค่าจริงเปลี่ยนตามอัตราแลกเปลี่ยน และตัวอย่างยังไม่รวมต้นทุนการเทรด

ตัวอย่าง หากเปิดสถานะ EUR/USD ขนาด 0.10 Lot แล้วราคาขยับ 20 Pips มูลค่าการเปลี่ยนแปลงจะเท่ากับ
20 Pips × 1 USD ต่อ Pip = 20 USD หรือประมาณ 660 บาท

หากเป็นสถานะซื้อ (Buy) ราคาขึ้นจะเป็นกำไรและราคาลงจะเป็นขาดทุน ส่วนสถานะขาย (Sell) จะได้ผลในทิศทางตรงกันข้าม

คำนวณมูลค่า Pip ของ USD/JPY และคู่เงินที่ไม่ได้อ้างอิง USD

เมื่อสกุลเงินอ้างอิงต่างจากสกุลเงินบัญชี ต้องคำนวณมูลค่า Pip ในสกุลเงินอ้างอิงก่อน แล้วจึงแปลงค่า เช่น USD/JPY มีขนาด 1 Pip เท่ากับ 0.01 และได้มูลค่า Pip เป็นเงินเยน

ตัวอย่าง เทรด USD/JPY ขนาด 1.00 Lot ด้วยบัญชี USD โดยสมมติว่า USD/JPY = 150.00 และ 1 USD = 33 บาท

1คำนวณมูลค่าต่อ Pip เป็น JPY : 0.01 × 100,000 × 1.00 = 1,000 JPY
2แปลงจาก JPY เป็น USD : 1,000 ÷ 150.00 ≈ 6.67 USD
3แปลงจาก USD เป็นเงินบาท : (1,000 ÷ 150.00) × 33 = 220 บาท

ดังนั้น USD/JPY ขนาด 1.00 Lot ในตัวอย่างนี้มีมูลค่าประมาณ 6.67 USD หรือ 220 บาทต่อ Pip

เมื่ออัตรา USD/JPY เปลี่ยน มูลค่า Pip ในหน่วย USD จะเปลี่ยนตามด้วย หากอัตรา USD/JPY สูงขึ้น เงินเยนจำนวนเดิมจะแปลงเป็น USD ได้น้อยลง

คู่เงินไขว้ใช้หลักเดียวกัน เช่น GBP/AUD ขนาด 0.50 Lot มีมูลค่าต่อ Pip เท่ากับ:

0.0001 × 100,000 × 0.50 = 5 AUD ต่อ Pip

หากใช้บัญชี USD ให้นำ 5 AUD คูณด้วยอัตรา AUD/USD ณ เวลาที่คำนวณ เพื่อแปลงมูลค่า Pip เป็น USD

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสูตรหารด้วยราคาคู่เงิน สูตร (ขนาด Pip ÷ ราคาคู่เงิน) × จำนวนหน่วย ให้ผลลัพธ์เป็นสกุลเงินหลัก เช่น USD สำหรับ USD/JPY หรือ EUR สำหรับ EUR/USD หากใช้สูตรนี้กับ EUR/USD ขนาด 100,000 หน่วยที่ราคา 1.1200 จะได้ประมาณ 8.93 EUR ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่า 10 USD ตามอัตราแลกเปลี่ยนในตัวอย่าง

มูลค่า Pip เปลี่ยนอย่างไรเมื่อใช้บัญชีสกุลเงินอื่น?

มูลค่า Pip ที่แสดงในบัญชีขึ้นอยู่กับสกุลเงินบัญชีด้วย แม้จะเทรดคู่เงินและขนาด Lot เดียวกัน หากสกุลเงินบัญชีต่างกัน ต้องแปลงมูลค่าต่อ Pip ให้เป็นสกุลเงินนั้น

ตัวอย่าง เทรด USD/CAD ด้วยบัญชี EUR

1คำนวณมูลค่า Pip เป็น CAD จากขนาด Pip ขนาดสัญญา และจำนวน Lot
2นำมูลค่า Pip เป็น CAD หารด้วยอัตรา EUR/CAD เพื่อแปลงเป็น EUR

มูลค่าต่อ Pip เป็น EUR = มูลค่าต่อ Pip เป็น CAD ÷ อัตรา EUR/CAD

จึงควรตรวจสอบทั้งสกุลเงินอ้างอิงของคู่เงินและสกุลเงินบัญชีทุกครั้ง เพื่อให้คำนวณและอ่านผลลัพธ์ได้ถูกต้อง

Leverage เปลี่ยนมูลค่า Pip หรือไม่?

Leverage ไม่ได้เปลี่ยนมูลค่า Pip โดยตรง มูลค่า Pip ขึ้นอยู่กับขนาดสถานะ แต่ Leverage ทำให้ใช้ Margin น้อยลงในการเปิดสถานะขนาดเดิม ผลของแต่ละ Pip ต่อยอดเงินในบัญชีจึงอาจมากขึ้นเมื่อเทียบกับเงินทุน

ตัวอย่าง: บัญชี 2,000 USD ใช้ Leverage 1:100 เปิด EUR/USD ขนาด 1.00 Lot (100,000 EUR) ที่ราคา 1.1000

  • มูลค่าสถานะ: 100,000 × 1.1000 = 110,000 USD
  • Margin ที่ต้องใช้: 110,000 ÷ 100 = 1,100 USD
  • มูลค่าต่อ Pip: 10 USD ไม่ว่าจะใช้ Leverage เท่าใด
  • ราคาขยับ 10 Pips = เปลี่ยนแปลง 100 USD หรือ 5% ของเงินในบัญชี ทั้งในทางกำไรและขาดทุน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Leverage และความสัมพันธ์กับ Margin หรือใช้ เครื่องคำนวณมาร์จิ้นของ TMGM ตรวจสอบเงินหลักประกันที่ต้องใช้ตามคู่เงิน ขนาด Lot และอัตรา Leverage

ใช้เครื่องคำนวณค่า Pip สำหรับ EUR/USD และ GBP/USD อย่างไร?

หากต้องการใช้ เครื่องคำนวณค่า Pip (Pip Calculator) เพื่อตรวจสอบตัวเลข สามารถประยุกต์ใช้ เครื่องคำนวณกำไรของ TMGM โดยกำหนดราคาเปิดและราคาปิดให้ห่างกัน 1 Pip แล้วดูมูลค่ากำไรหรือขาดทุนที่คำนวณได้

ตัวอย่างการตรวจสอบค่า Pip ของ EUR/USD ขนาด 0.10 Lot ในบัญชี USD

  • เลือกคู่เงิน EURUSD
  • เลือกสกุลเงินบัญชี USD
  • ระบุขนาดการซื้อขาย 0.10 Lot
  • เลือกทิศทาง Buy
  • ใส่ราคาเปิด 1.1000 และราคาปิด 1.1001 ซึ่งห่างกัน 1 Pip
  • กดคำนวณ ผลลัพธ์ตามสมมติฐานนี้ควรอยู่ที่ 1 USD ซึ่งเป็นมูลค่าของ 1 Pip สำหรับสถานะขนาดดังกล่าว ก่อนรวมต้นทุนการเทรด

หากต้องการตรวจสอบ ค่า Pip ของ GBP/USD ให้เลือก GBPUSD แล้วกำหนดราคาเปิด–ปิดให้ห่างกัน 0.0001 เช่นเดียวกัน พร้อมระบุขนาด Lot และสกุลเงินบัญชีที่ต้องการ

เมื่อต้องการดูมูลค่าการขยับหลาย Pips ให้ปรับส่วนต่างราคาให้ตรงกับระยะนั้น เช่น EUR/USD ขยับ 10 Pips เท่ากับส่วนต่างราคา 0.0010 ส่วนการแปลงผลลัพธ์จาก USD เป็นเงินบาท ให้นำจำนวนเงินที่ได้คูณด้วยอัตรา USD/THB ณ เวลาที่คำนวณ

ใช้ Pip วัดกำไรขาดทุน Spread และ Stop Loss อย่างไร?

Pip คือหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่เงิน เทรดเดอร์ใช้ Pips ในฟอเร็กซ์เพื่อคำนวณกำไรขาดทุน เปรียบเทียบต้นทุน Spread และกำหนดระยะ Stop Loss หรือ Take Profit เมื่อนำจำนวน Pip คูณด้วยมูลค่าต่อ Pip ตามขนาด Lot จะทราบว่าระยะราคานั้นคิดเป็นเงินเท่าไร

1. คำนวณกำไรและขาดทุนจากจำนวน Pip

การคำนวณกำไรขาดทุนจาก Pip ต้องพิจารณาระยะระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด ทิศทางการเทรด และมูลค่าต่อ Pip ของสถานะนั้น โดยใช้สูตร

กำไรหรือขาดทุนจากส่วนต่างราคา = จำนวน Pip ที่ได้หรือเสีย × มูลค่าต่อ Pip

ตัวอย่าง EUR/USD หรือ GBP/USD ขนาด 0.10 Lot ในบัญชี USD มีมูลค่า 1 USD ต่อ Pip เมื่อใช้ขนาดสัญญามาตรฐาน 100,000 หน่วยต่อ 1 Lot หากราคาเปิดกับราคาปิดห่างกัน 20 Pips จะคิดเป็นเงิน 20 USD

(1) ราคาขยับไปในทิศทางที่ได้เปรียบ 20 Pips = กำไร 20 USD
(2)ราคาขยับสวนทางกับสถานะ 20 Pips = ขาดทุน 20 USD

ตัวเลขนี้เป็นผลจากส่วนต่างราคาก่อนรวมค่าคอมมิชชันและ Swap หากใช้ราคาเปิดและราคาปิดที่ดำเนินการจริง ผลของ Spread จะสะท้อนอยู่ในส่วนต่างราคานั้นแล้ว

สามารถใช้ เครื่องคำนวณกำไรของ TMGM ตรวจสอบผลลัพธ์ โดยระบุคู่เงิน สกุลเงินบัญชี ขนาด Lot ทิศทางการเทรด และราคาเปิด–ปิด

2. คำนวณ Spread และค่าคอมมิชชันเป็น Pip

Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Ask และราคา Bid โดย Ask เป็นราคาที่ใช้เปิดสถานะซื้อ ส่วน Bid เป็นราคาที่ใช้เปิดสถานะขาย การแปลงส่วนต่างนี้เป็น Pip ช่วยให้เปรียบเทียบต้นทุนการเทรดได้ง่ายขึ้น

Spread เป็น Pip = (ราคา Ask − ราคา Bid) ÷ ขนาด 1 Pip

ตัวอย่าง: EUR/USD มีราคา Bid 1.12000 และราคา Ask 1.12020: (1.12020 − 1.12000) ÷ 0.0001 = 2 Pips

หากแพลตฟอร์มแสดงราคา EUR/USD แบบ 5 ตำแหน่ง Spread 2 Pips จะเท่ากับ 20 Points สำหรับสถานะขนาด 0.10 Lot ในบัญชี USD ซึ่งมีมูลค่า 1 USD ต่อ Pip จะคิดเป็นต้นทุนสเปรดประมาณ 2 USD

หากบัญชีคิดค่าคอมมิชชันแยกต่างหาก ให้นำค่าคอมมิชชันทั้งขาเปิดและขาปิดมาแปลงเป็น Pip สำหรับขนาด Lot เดียวกัน

ค่าคอมมิชชันเป็น Pip = ค่าคอมมิชชันรวมต่อรอบ ÷ มูลค่าต่อ Pip

ตัวอย่าง บัญชีหนึ่งมี Spread 2 Pips และไม่มีค่าคอมมิชชัน ส่วนอีกบัญชีมี Spread 1.5 Pips และค่าคอมมิชชันเทียบเท่า 0.5 Pip ต่อรอบ ทั้งสองกรณีมีต้นทุนจาก Spread และค่าคอมมิชชันรวมเท่ากับ 2 Pips โดยยังไม่รวม Swap หรือผลจาก Slippage

เมื่อเทียบกับเป้าหมายการเคลื่อนไหวของราคาก่อนหักต้นทุน ต้นทุน 2 Pips คิดเป็น 20% ของเป้าหมาย 10 Pips แต่คิดเป็น 2% ของเป้าหมาย 100 Pips ต้นทุนต่อรอบจึงมีสัดส่วนสูงขึ้นเมื่อเทรดระยะสั้นและตั้งเป้าราคาแคบ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Spread ใน Forex และวิธีคำนวณ


ภาพตัวอย่างของ Pip spreads

3. กำหนดระยะ Stop Loss และ Take Profit

เทรดเดอร์มักตั้งระยะ Stop Loss และ Take Profit เป็นจำนวน Pip แล้วแปลงเป็นเงินด้วยมูลค่าต่อ Pip ตัวอย่าง EUR/USD ขนาด 0.10 Lot ในบัญชี USD

เมื่อวัดทั้งสองฝั่งเป็น Pip จะเห็นอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk:Reward) ได้ทันที Stop Loss 30 Pips กับ Take Profit 60 Pips คือ 1:2 หมายความว่าเป้ากำไรเป็นสองเท่าของความเสี่ยงต่อออเดอร์ อัตราส่วนนี้ไม่ได้บอกโอกาสที่ราคาจะไปถึงเป้า จึงควรดูควบคู่กับอัตราการชนะของแผนการเทรด อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Risk Reward Ratio คืออะไร

การตั้ง Stop Loss ไม่ได้รับประกันราคาปิดสถานะ ในช่วงตลาดผันผวนหรือราคากระโดด คำสั่งอาจถูกดำเนินการที่ราคาต่างจากที่ตั้งไว้ (Slippage) หากต้องการกลับสูตรเพื่อหาขนาด Lot ให้ใช้ ขนาดสถานะ = จำนวนเงินที่ยอมเสี่ยง ÷ (ระยะ Stop Loss เป็น Pip × มูลค่าต่อ Pip ต่อ 1 Lot) หรือใช้เครื่องคำนวณขนาดตำแหน่ง

4. วัดความผันผวนของตลาด

จำนวน Pip ที่ราคาขยับในหนึ่งวันหรือหนึ่งแท่งเทียนบอกได้ว่าคู่เงินนั้นเคลื่อนไหวมากน้อยเพียงใด ตัวชี้วัดที่ใช้บ่อยคือ Average True Range (ATR) ซึ่งแสดงช่วงการขยับเฉลี่ยเป็นหน่วยราคาและแปลงเป็น Pip ได้ทันที เช่น ATR รายวันของ EUR/USD เท่ากับ 0.0080 คือขยับเฉลี่ยราว 80 Pips ต่อวัน

ค่า ATR ช่วยเปรียบเทียบคู่เงินที่ราคาต่างกัน และช่วยตั้งระยะ Stop Loss ให้สอดคล้องกับการขยับปกติของตลาด เช่น ถ้าคู่เงินขยับเฉลี่ยวันละ 80 Pips การตั้ง Stop Loss เพียง 5 Pips สำหรับออเดอร์ที่ถือหลายชั่วโมงอาจถูกชนจากการแกว่งตามปกติได้ง่าย ATR เปลี่ยนตามช่วงเวลาและข่าว จึงควรเช็กค่าล่าสุดบนกราฟทุกครั้ง

5. คำนวณขนาด Lot จากระยะ Stop Loss

เมื่อรู้ระยะ Stop Loss เป็น Pip และมูลค่าต่อ Pip แล้ว ย้อนคำนวณขนาด Lot ได้จากจำนวนเงินที่ยอมเสี่ยงต่อออเดอร์

ขนาด Lot = เงินที่ยอมเสี่ยง ÷ (ระยะ Stop Loss เป็น Pip × มูลค่าต่อ Pip ของ 1.00 Lot)

ตัวอย่าง: บัญชี 10,000 USD ยอมเสี่ยง 2% ต่อออเดอร์ (200 USD) เทรด EUR/USD โดยตั้ง Stop Loss 40 Pips

  • มูลค่าต่อ Pip ของ EUR/USD ขนาด 1.00 Lot ในบัญชี USD: 10 USD
  • ขนาด Lot = 200 ÷ (40 × 10) = 0.50 Lot
  • ตรวจกลับ: 0.50 Lot มีมูลค่าราว 5 USD ต่อ Pip × 40 Pips = 200 USD

สัดส่วน 2% เป็นตัวเลขตัวอย่างเพื่อแสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่คำแนะนำ และผลขาดทุนจริงอาจมากกว่าที่คำนวณไว้หากเกิด Slippage หรือราคากระโดด ใช้ เครื่องคำนวณขนาดตำแหน่ง ช่วยคำนวณได้

6. เลื่อน Stop Loss ด้วย Trailing Stop

Trailing Stop คือการเลื่อน Stop Loss ตามราคาเมื่อราคาไปในทางที่ได้เปรียบ โดยรักษาระยะห่างเป็นจำนวน Pip เท่าเดิม และไม่เลื่อนกลับเมื่อราคาย้อนลง

ตัวอย่าง: ซื้อ EUR/USD ที่ 1.1200 ตั้ง Stop Loss 30 Pips ที่ 1.1170 เมื่อราคาขึ้นไปที่ 1.1230 Stop Loss จะถูกเลื่อนขึ้นไปที่ 1.1200 ซึ่งเท่ากับราคาเข้า และยังห่างจากราคาล่าสุด 30 Pips

บน MT4 และ MT5 Trailing Stop ทำงานผ่านโปรแกรมเทรดที่เปิดอยู่ ถ้าปิดแพลตฟอร์มหรือคอมพิวเตอร์ Stop Loss จะหยุดเลื่อนและค้างอยู่ที่ระดับล่าสุด

7. วัดผลการเทรดและทดสอบกลยุทธ์เป็น Pip

การบันทึกผลแต่ละออเดอร์เป็น Pip ช่วยเทียบกลยุทธ์ได้โดยไม่ขึ้นกับขนาด Lot เช่น ดูว่ากลยุทธ์ได้กำไรเฉลี่ยกี่ Pip และขาดทุนเฉลี่ยกี่ Pip ต่อออเดอร์ บน MT4 และ MT5 ใช้ Strategy Tester ทดสอบกลยุทธ์กับข้อมูลราคาในอดีตได้ โดยควรรวมสเปรดและค่าคอมมิชชันในการทดสอบ และผลในอดีตไม่ได้รับประกันผลในอนาคต

ใช้ Pip วิเคราะห์ราคาและตั้งเป้าตามสไตล์การเทรดอย่างไร?

นอกจากใช้คำนวณเงิน Pip ยังเป็นหน่วยที่ใช้วิเคราะห์กราฟและวางแผนการเทรด ตัวอย่างในหัวข้อนี้อธิบายวิธีอ่านตัวเลข ไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย

ระดับราคากลมและแนวรับแนวต้าน

ราคากลม เช่น 1.1000 หรือ 1.2000 ของ EUR/USD มักมีคำสั่งซื้อขายรออยู่จำนวนมาก จึงมักกลายเป็นแนวรับหรือแนวต้านที่เทรดเดอร์จับตา การวัดระยะจากราคาปัจจุบันถึงระดับเหล่านี้เป็น Pip ช่วยประเมินว่าเป้ากำไรหรือ Stop Loss อยู่ใกล้หรือไกลจากจุดที่ราคาอาจชะลอตัว

วัดระยะ Fibonacci Retracement เป็น Pip

Fibonacci Retracement ใช้หาระดับที่ราคาอาจย่อตัวหลังเคลื่อนไหวไปรอบหนึ่ง เมื่อแปลงเป็น Pip จะเห็นระยะชัดขึ้น เช่น ราคาขึ้นมา 200 Pips ระดับ 38.2% อยู่ห่างจากจุดสูงสุดราว 76 Pips และระดับ 61.8% อยู่ห่างราว 124 Pips ระดับเหล่านี้เป็นเพียงจุดที่ใช้สังเกต ราคาอาจไม่กลับตัวที่ระดับใดเลย

Slippage วัดเป็น Pip อย่างไร?

Slippage คือส่วนต่างระหว่างราคาที่ตั้งใจส่งคำสั่งกับราคาที่คำสั่งถูกดำเนินการจริง มักเกิดช่วงข่าวสำคัญหรือช่วงสภาพคล่องต่ำ เช่น ส่งคำสั่งซื้อ EUR/USD ที่ 1.1200 แต่ได้ราคา 1.1202 เท่ากับ Slippage 2 Pips ซึ่งเป็นต้นทุนเพิ่มจากสเปรด Slippage เกิดได้ทั้งทางที่ดีขึ้นและแย่ลง

ความสัมพันธ์ของคู่เงิน (Correlation)

คู่เงินที่มีสกุลเงินร่วมกันมักเคลื่อนไหวไปในทางใกล้เคียงกัน เช่น EUR/USD กับ GBP/USD ที่มี USD เป็นสกุลเงินอ้างอิงทั้งคู่ ถ้าเปิดสถานะซื้อทั้งสองคู่พร้อมกัน Stop Loss ของแต่ละออเดอร์อาจดูไม่มาก แต่ความเสี่ยงรวมใกล้เคียงกับการเปิดออเดอร์เดียวที่ใหญ่ขึ้น ความสัมพันธ์นี้เปลี่ยนไปได้ตามสภาวะตลาด

เป้าหมาย Pip ตามสไตล์การเทรด

แต่ละสไตล์การเทรดถือสถานะนานต่างกัน ระยะเป้าหมายเป็น Pip จึงต่างกันด้วย

ช่วงเป้าหมาย Pip โดยทั่วไปของแต่ละสไตล์การเทรด

สไตล์การเทรดเป้าหมายโดยทั่วไปต่อออเดอร์ระยะถือสถานะลักษณะสำคัญ
Scalping5–10 Pipsนาทีถึงชั่วโมงเทรดบ่อย สเปรดและความเร็วในการส่งคำสั่งมีผลมาก
Day Trading10–20 Pipsชั่วโมงถึงภายในวันปิดสถานะภายในวัน มักอิงข่าวเศรษฐกิจรายวัน
Swing Trading50–100 Pipsหลายวันถึงหลายสัปดาห์จับการแกว่งรอบใหญ่ ใช้ Stop Loss กว้างขึ้น และมีค่า Swap เมื่อถือข้ามคืน
Position Trading100 Pips ขึ้นไปหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนอิงแนวโน้มระยะยาวและปัจจัยพื้นฐาน

ช่วงตัวเลขเป็นค่าทั่วไปเพื่ออธิบายความต่างของแต่ละสไตล์ ไม่ใช่เป้าหมายที่ควรตั้ง ระยะที่เหมาะสมขึ้นกับคู่เงิน ความผันผวน และแผนบริหารความเสี่ยงของแต่ละคน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Scalping ใน Forex คืออะไร และ กลยุทธ์ Swing Trading

เทรด Forex CFD กับ TMGM

เมื่อเทรด Forex กับ TMGM คุณเทรดผ่านสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) ซึ่งเป็นการตกลงแลกเปลี่ยนส่วนต่างของราคาคู่สกุลเงินตั้งแต่เปิดจนถึงปิดสัญญา โดยไม่ได้เป็นเจ้าของสกุลเงินพื้นฐาน กำไรหรือขาดทุนจึงคำนวณจากจำนวน Pip ที่ราคาขยับ คูณมูลค่าต่อ Pip ตามขนาด Lot ตามที่อธิบายข้างต้น

ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นฝึกอ่านราคาและนับ Pip บนแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 ได้ด้วยบัญชีทดลอง (Demo Account) ก่อนเทรดด้วยเงินจริง ศึกษาเพิ่มเติมได้จากแหล่งความรู้ของ TMGM โดยสเปรดและค่าธรรมเนียมขึ้นกับประเภทบัญชี

แนวทางฝึกใช้ Pip ให้คล่องก่อนเทรดจริง:

  • บันทึกผลทุกออเดอร์ทั้งเป็น Pip และเป็นเงิน เพื่อดูว่าส่วนใดของแผนต้องปรับ
  • ตั้งการแจ้งเตือนราคา (Alert) บน MT4 หรือ MT5 ที่ระยะ Pip ที่ต้องการ แทนการเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา
  • เช็ก ปฏิทินเศรษฐกิจ ก่อนเปิดออเดอร์ เพราะข่าวสำคัญอาจทำให้ราคาขยับหลายสิบ Pip ในเวลาสั้น
  • ทบทวนพื้นฐานต่อได้จาก บทความใน Trading Academy และ เว็บบินาร์ ของ TMGM

CFD เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เลเวอเรจและมีความเสี่ยงสูง ไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกคน ก่อนเทรดควรเข้าใจความเสี่ยงและพิจารณาว่าเหมาะกับวัตถุประสงค์และสถานะทางการเงินของตนเองหรือไม่

สรุป Pip คือหน่วยวัด ไม่ใช่ตัวเลขกำไร

Pip คือหน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาในฟอเร็กซ์ทั้งขาขึ้นและขาลง คู่เงินทั่วไป 1 Pip = 0.0001 คู่ JPY 1 Pip = 0.01 และบนแพลตฟอร์มที่แสดงราคา 5 ตำแหน่ง (หรือ 3 ตำแหน่งสำหรับคู่ JPY) 1 Pip มักเท่ากับ 10 Points

มูลค่าต่อ Pip ขึ้นอยู่กับขนาด Pip ขนาดสัญญา จำนวน Lot และสกุลเงิน ไม่ใช่ค่าคงที่ 10 USD ทุกกรณี ก่อนเทรดจริงควรฝึกคำนวณกับบัญชีทดลองและใช้เครื่องคำนวณตรวจตัวเลข พร้อมวางแผนบริหารความเสี่ยงทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

ค่าหนึ่ง pip เปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อใช้ขนาดล็อตที่ต่างกันบนแพลตฟอร์มของ TMGM?

+

ฉันสามารถตั้งการแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวของ pip บนแพลตฟอร์ม MT4 ของ TMGM ได้หรือไม่?

+

อัตรา Swap (ค่าค้างคืน) ของ TMGM เกี่ยวข้องกับ pip อย่างไร?

+

TMGM มีเครื่องมือสำหรับทดสอบกลยุทธ์การเทรดที่อิงกับ pip หรือไม่?

+

ฉันสามารถใช้ pip เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของคู่สกุลเงินต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มของ TMGM ได้อย่างไร?

+
TMGM
Trade The World
ทีม TMGM Academy และ Market Insights เป็นกลุ่มนักวิเคราะห์ทางการเงินและนักกลยุทธ์การเทรด ด้วยการเข้าถึงข้อมูลสถาบันแบบเรียลไทม์และประสบการณ์การดำเนินงานในตลาดมากกว่าทศวรรษ ทีมให้การวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฟอเร็กซ์ ทองคำ คริปโตเคอร์เรนซี หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น น้ำมัน) และดัชนี เนื้อหาของเราถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ตามที่ระบุไว้ในหน้าประกาศนโยบายบรรณาธิการของเรา TMGM ปฏิบัติตามแนวทางของ ASIC และ VFSC
เข้าร่วมกับลูกค้ามากกว่า 1,000,000 คนบนแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับรางวัลของเรา
1
สมัครบัญชีจริง
2
ฝากเงิน
เข้าบัญชี
3
เริ่มเทรด
ได้ทันที
เปิดบัญชี