บทความ

คู่มืออัตราส่วนราคาทองคำต่อเงิน: วิธีดูกราฟ การคำนวณ และตัวอย่างการใช้งาน

อัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold to Silver Ratio: GSR) คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่นักเทรดใช้เพื่อประเมินมูลค่าสัมพัทธ์ระหว่างทองคำและซิลเวอร์ การติดตามอัตราส่วนนี้ช่วยให้นักเทรดมองเห็นโอกาสในตลาด โดยเฉพาะเมื่อค่า GSR เบี่ยงเบนจากค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์จากค่า GSR สูงด้วยการเน้นเทรดซิลเวอร์ หรือการเปิดสถานะ Long ในทองคำเมื่อค่า GSR ต่ำ การเข้าใจความเชื่อมโยงของโลหะมีค่าทั้งสองชนิดจะช่วยให้นักเทรดสามารถจับจังหวะและทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ


อัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold-Silver Ratio) คืออะไร? 

อัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold-Silver Ratio: GSR) คือค่าที่วัดว่า ต้องใช้เงิน (Silver) กี่ออนซ์ในการซื้อทองคำ 1 ออนซ์ อัตราส่วนนี้เปลี่ยนแปลงมาตลอดหลายศตวรรษ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของมูลค่าระหว่างโลหะมีค่าทั้งสองชนิด ปัจจัยหลายประการสามารถส่งผลต่อค่า GSR ได้ ดังนี้ 

 

  • นักเทรดติดตามค่า GSR อย่างใกล้ชิด เพราะสามารถบ่งบอกภาวะตลาดของโลหะมีค่าในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้ 

 

  • เงินเฟ้อและเงินฝืด (Inflation and Deflation): 
    ช่วงเงินเฟ้อสูง - นักลงทุนมักเข้าซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง ทำให้ราคาทองเพิ่มขึ้น และทำให้ GSR สูงขึ้น
    ช่วงเงินฝืด - เงิน (Silver) อาจมีความน่าสนใจมากขึ้นจากการใช้งานในอุตสาหกรรม ทำให้ GSR ลดลง  

 

  • ภาวะตลาดและความเชื่อมั่นนักลงทุน (Market Sentiment): ทองคำถูกมองว่าเป็น สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven) นักลงทุนจึงมักเข้าซื้อเมื่อมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจหรือภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ GSR สูงขึ้น 

 

  • อุปสงค์ทางอุตสาหกรรม (Industrial Demand): เงินถูกใช้อย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์และพลังงานหมุนเวียน เมื่อเศรษฐกิจเติบโตและอุปสงค์เงินเพิ่มขึ้น ราคาของเงินอาจปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับทอง ส่งผลให้ GSR ลดลง หากอุปสงค์ลดลง ราคาของเงินอาจอ่อนตัว ทำให้ GSR สูงขึ้น 

 

  • นโยบายธนาคารกลาง (Central Bank Policy): นโยบายอัตราดอกเบี้ยมีผลต่อความน่าสนใจของทองคำ อัตราดอกเบี้ยต่ำช่วยเพิ่มความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์เก็บมูลค่า ราคาเพิ่มขึ้น และ GSR สูงขึ้น  

 

กราฟอัตราส่วนทองคำต่อเงินในอดีต 

 


วิธีคำนวณอัตราส่วนทองคำต่อเงิน 

 

 

การคำนวณอัตราส่วนทองคำต่อเงินทำได้ง่ายและช่วยให้เห็นภาพมูลค่าสัมพัทธ์ระหว่างโลหะมีค่าทั้งสองชนิดได้อย่างรวดเร็ว  

 

ตัวอย่าง: หากราคาทองคำอยู่ที่ $2,752 ต่อออนซ์ และราคาเงินอยู่ที่ $34 ต่อออนซ์ 

 

สูตรคำนวณ:

อัตราส่วนทองคำต่อเงิน = ราคาทองคำ ÷ ราคาเงิน


คำนวณ:

2,752 ÷ 34 = 81

 

นั่นหมายความว่า การซื้อทองคำ 1 ออนซ์ ต้องใช้เงิน (Silver) จำนวน 81 ออนซ์  

 

 

การเทรดโดยใช้อัตราส่วนทองคำต่อเงิน

 

 

อัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold-Silver Ratio: GSR) เป็นหนึ่งในเครื่องมือยอดนิยมของนักเทรดโลหะมีค่า ซึ่งมักใช้เพื่อปรับพอร์ตการลงทุนเมื่อเห็นแนวโน้มของ GSR เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักเทรดมักมุ่งเพิ่มปริมาณการถือครองโลหะมีค่าของตนให้มากขึ้นผ่านการใช้ประโยชน์จากวัฏจักรราคา Gold–Silver 

 

  • ตัวอย่างกรณีอัตราส่วนสูง 


บริบทของตลาด: ในช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาด COVID-19 ค่า GSR พุ่งขึ้นสูงถึง 114.28 เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคำขึ้นไปใกล้ระดับ $1,591.93 ขณะที่ราคาเงินอยู่ที่ $13.93

  

กลยุทธ์การเทรด: เมื่อ GSR อยู่ในระดับสูงมากแบบนี้ นักเทรดอาจเลือก แลกทองคำ 1 ออนซ์เป็นเงินประมาณ 114 ออนซ์ โดยคาดการณ์ว่าค่า GSR จะลดลงเมื่อสถานการณ์ตลาดกลับสู่ภาวะปกติ  

 

  • ตัวอย่างกรณีอัตราส่วนต่ำ 


บริบทของตลาด: ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1980 ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อสูงและความต้องการใช้เงินที่แข็งแกร่ง ค่า GSR ลดลงเหลือเพียง 15.69 โดยราคาทองคำอยู่ที่ $557.39 และราคาเงินอยู่ที่ $35.52 


กลยุทธ์การเทรด: ในช่วงที่ GSR ต่ำเช่นนี้ นักเทรดสามารถนำเงิน (Silver) 15 ออนซ์มาแลกเป็นทองคำ 1 ออนซ์ เพื่อใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งของราคาซิลเวอร์ในช่วงเวลาดังกล่าว

 

  • การใช้อัตราส่วนเฉลี่ยระยะยาว 


บริบทของตลาด: หากค่า GSR อยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวมาก อาจบ่งชี้ได้ว่า ทองคำมีมูลค่าสูงเกินไปเมื่อเทียบกับเงิน และในทางกลับกัน  


กลยุทธ์การเทรด: นักเทรดอาจเลือก ขายทองแล้วซื้อเงิน หรือ เปิด สถานะ Short ทองคำ ควบคู่กับ สถานะ Long เงิน โดยคาดว่าค่า GSR จะกลับลงสู่ระดับเฉลี่ยในระยะยาว   
 

  • ค่าเฉลี่ยอัตราส่วนทองคำต่อเงินโดยรวม 

นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 1999 ค่าเฉลี่ยของอัตราส่วนทองคำต่อเงินอยู่ที่ประมาณ 67.2* ซึ่งสามารถใช้เป็นค่ามาตรฐาน (Benchmark) สำหรับนักเทรดในการประเมินว่าช่วงใดที่ค่า GSR เบี่ยงเบนจากระดับในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ  

 

*ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2024 

 

ทำไมต้องเทรดโลหะมีค่ากับ TMGM 

 การเทรดโลหะมีค่าอย่างทองคำและเงินกับ TMGM มอบประโยชน์หลากหลายที่ช่วยให้นักเทรดสามารถคว้าโอกาสในตลาดได้อย่างมั่นใจและยืดหยุ่น นี่คือเหตุผลที่ TMGM เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเทรดโลหะมีค่า: 

 

  1. เครื่องมือเทรดขั้นสูง: TMGM มีเครื่องมือวิเคราะห์ตลาดที่ทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นกราฟราคาแบบเรียลไทม์ อินดิเคเตอร์ที่ปรับแต่งได้ และข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเทรดอย่างมีข้อมูลรองรับ 

 

  1. เลเวอเรจที่ยืดหยุ่น: ใช้เลเวอเรจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกลยุทธ์การเทรด เปิดสถานะขนาดใหญ่ขึ้นด้วยเงินทุนน้อยลง เพิ่มโอกาสในการทำกำไร พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม 

 

  1. สเปรดแข่งขันได้และค่าธรรมเนียมต่ำ: TMGM ให้สเปรดทองคำและเงินที่ต่ำเป็นพิเศษ ทำให้ต้นทุนการเทรดลดลง และเงินทุนของคุณสามารถนำไปสร้างผลลัพธ์ในตลาดได้มากขึ้น 

 

  1. เข้าถึงตลาดได้ 24/5: เทรดโลหะมีค่าได้ตลอดเวลาในช่วงที่ตลาดเปิด ทำให้คุณสามารถตอบสนองโอกาสเทรดได้ทันทีเมื่อสภาวะตลาดเป็นใจ 

 

  1. ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ: TMGM เป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลและเป็นที่เชื่อถือ มุ่งมั่นด้านความปลอดภัยและความพึงพอใจของลูกค้า ช่วยให้คุณเทรดได้อย่างมั่นใจในทุกคำสั่ง  

 

พร้อมเริ่มต้นหรือยัง?  

 

สมัครเปิดบัญชีและเข้าถึงตลาดโลกได้ภายในไม่ถึง 3 นาที  

เริ่มเทรดตอนนี้ หรือทดลองใช้บัญชีเดโมของเรา

เทรดอย่างชาญฉลาดวันนี้

เงินทดลอง $10,000
มากกว่า 100 ตลาด
ค่าธรรมเนียมต่ำ สเปรดแคบ
Trading App
TMGM
Trade The World
TMGM เป็นผู้ให้บริการทางการเงินระดับโลกที่ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานการกำกับดูแลที่เข้มงวด มุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การซื้อขายที่ราบรื่น ผ่านแพลตฟอร์มเว็บและมือถือที่ใช้งานง่ายของ TMGM นักเทรดสามารถเข้าถึงตลาดระหว่างประเทศและมีส่วนร่วมกับเครื่องมือที่หลากหลาย รวมถึงฟอเร็กซ์ ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ โลหะมีค่า พลังงาน และสกุลเงินดิจิทัล
เข้าร่วมกับลูกค้ามากกว่า 1,000,000 คนบนแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับรางวัลของเรา
1
สมัครบัญชีจริง
2
ฝากเงิน
เข้าบัญชี
3
เริ่มเทรด
ได้ทันที
เปิดบัญชี