บทความ

วิธีใช้ MACD อินดิเคเตอร์ พร้อมกลยุทธ์การเทรด

คุณสามารถใช้ MACD อินดิเคเตอร์ได้โดยการวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่ เส้น MACD, เส้นสัญญาณ (Signal Line) และฮิสโตแกรม (Histogram) เพื่อระบุสัญญาณซื้อขายผ่านจุดตัด (Crossover), สัญญาณการขัดแย้ง (Divergence) และการข้ามเส้นศูนย์ (Zero-line crosses)

สรุปใจความสำคัญ

  • 🧠
    หัวใจสำคัญ (Core Concept):

    MACD คือเครื่องมือวัด "โมเมนตัม + เทรนด์" ประกอบด้วย 3 ส่วน: เส้น MACD (เส้นเร็ว), เส้น Signal (เส้นช้า), และ Histogram (วัดความแรง)

  • ⚔️
    ท่าไม้ตาย (Winning Strategies):

    ใช้ Crossover (จุดตัด) เพื่อหาจุดเข้าซื้อขาย และใช้ Divergence (สัญญาณขัดแย้ง) เพื่อหาจุดกลับตัวของราคา

  • 🤝
    สูตรคอมโบ (Confluence):

    อย่าใช้ MACD เดี่ยวๆ! ให้เพิ่มความแม่นยำด้วยการใช้คู่กับ RSI, เส้นค่าเฉลี่ย (MA) หรือ Fibonacci เพื่อกรองสัญญาณหลอก

  • 🚫
    จุดตาย (Warning Zone):

    หลีกเลี่ยงการใช้ MACD ในตลาด "ไซด์เวย์" (Sideway)" เพราะจะเกิด False Signal บ่อย และต้องตั้ง Stop Loss เสมอ

  • 🎮
    เริ่มอย่างมือโปร (Start Smart):

    ฝึกฝนผ่าน Backtesting (ทดสอบย้อนหลัง) และ Demo Account (เงินจำลอง) ให้ชินมือก่อนลงสนามจริงเสมอ

พร้อมล่ากำไรด้วย MACD แล้วหรือยัง?

MACD Indicator คืออะไร?

ภาพขาวดำเรียบง่ายแสดงอินดิเคเตอร์ MACD ประกอบด้วยเส้นโค้งสองเส้น (MACD และ Signal) พร้อมแท่งฮิสโตแกรมแสดงค่าความต่าง เน้นแนวคิดสำคัญของ MACD เช่น จุดตัดกันและการขยายของฮิสโตแกรม เหมาะสำหรับอธิบายพื้นฐานกลยุทธ์ MACD

MACD คืออินดิเคเตอร์สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยเผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของความแข็งแกร่ง ทิศทาง และโมเมนตัมของแนวโน้มราคาสินทรัพย์ โดยมีวิธีการคำนวณจากการนำเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (EMA) ระยะยาว มาลบออกจากเส้น EMA ระยะสั้น ซึ่งโดยปกติแล้วค่าเริ่มต้น (Default) ที่นิยมใช้กันคือ 12 และ 26 งวด นอกจากนี้ยังมีเส้นที่สามที่เรียกว่า "เส้นสัญญาณ (Signal Line)" ซึ่งเป็นค่า EMA 9 งวดของเส้น MACD โดยจะถูกพล็อตซ้อนทับเพื่อช่วยระบุสัญญาณซื้อและสัญญาณขายที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดกันของเส้น (Crossover)

MACD ประกอบด้วยส่วนประกอบสำคัญสามส่วน:

  • เส้น MACD: ความแตกต่างระหว่าง EMA ระยะสั้นและระยะยาวซึ่งเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม

  • เส้นสัญญาณ (Signal Line): EMA 9 วันของเส้น MACD ซึ่งสร้างสัญญาณซื้อหรือขาย

  • ฮิสโตแกรม (Histogram)/กราฟราคา: การแสดงภาพความแตกต่างระหว่างเส้น MACD และเส้นสัญญาณเพื่อบ่งชี้ความแข็งแกร่งของโมเมนตัม

MACD คำนวณอย่างไร?

เจาะลึกสูตร MACD: 3 องค์ประกอบที่เทรดเดอร์ต้องรู้

MACD ไม่ได้เป็นแค่เส้นยึกยือบนหน้าจอ แต่มันคือสมการคณิตศาสตร์ที่บอก "โมเมนตัม" และ "เทรนด์" ผ่าน 3 ส่วนประกอบนี้ครับ

🔵 1. เส้น MACD (The Fast Line)

คือ "พระเอก" ของงานนี้ เป็นเส้นที่ไวต่อการเคลื่อนไหวของราคามากที่สุด

สูตรคำนวณ:
EMA (12 วัน) − EMA (26 วัน)

*บอกทิศทางของเทรนด์ (Trend Direction)

🟠 2. เส้น Signal (The Trigger)

คือ "ตัวส่งสัญญาณ" เป็นเส้นค่าเฉลี่ยที่เคลื่อนที่ช้ากว่า เพื่อใช้คอนเฟิร์มจุดเข้า-ออก

สูตรคำนวณ:
EMA (9 วัน) ของเส้น MACD

*ใช้หาจังหวะซื้อขาย (Buy/Sell Trigger)

📊 3. ฮิสโตแกรม (The Strength)

กราฟแท่งภูเขาที่ใช้วัด "ความแรง" ของราคา (Momentum)

สูตรคำนวณ:
เส้น MACD − เส้น Signal

*ถ้าแท่งยาว = แรง, แท่งสั้น = หมดแรง

💡 สรุปสูตรจำง่ายๆ (Cheat Sheet)

MACD Line = ความเร็ว
Signal Line = จุดลั่นไก
Histogram = 
ความแรง


วิธีระบุจุดตัด MACD (Crossovers) และสัญญาณการขัดแย้ง (Divergence)

2 กลยุทธ์ทำกำไรด้วย MACD

เมื่อเข้าใจส่วนประกอบแล้ว มาดูวิธีใช้งานจริงกัน นี่คือ 2 สัญญาณที่เทรดเดอร์ทั่วโลกใช้จับจังหวะเข้าทำกำไร

1. จุดตัด MACD (Crossover) = สัญญาณซื้อขาย

เป็นวิธีที่ง่ายและนิยมที่สุด คือการดูว่า "เส้น MACD (เส้นเร็ว)" ตัดกับ "เส้น Signal (เส้นช้า)" ตรงไหน?

🟢 Golden Cross (ตัดขึ้น = ซื้อ)

  • เกิดเมื่อ: เส้น MACD ตัด "ขึ้นเหนือ" เส้น Signal
  • ความหมาย: โมเมนตัมขาขึ้นกำลังมา (Bullish) ราคามีโอกาสวิ่งขึ้นต่อ
  • Action: หาจังหวะเปิด Buy / Long

🔴 Dead Cross (ตัดลง = ขาย)

  • เกิดเมื่อ: เส้น MACD ตัด "ลงใต้" เส้น Signal
  • ความหมาย: โมเมนตัมขาลงเริ่มครอบงำ (Bearish) ราคามีโอกาสร่วง
  • Action: หาจังหวะเปิด Sell / Short

2. สัญญาณขัดแย้ง (Divergence) = สัญญาณกลับตัว

สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า! เกิดขึ้นเมื่อ "ราคา" และ "MACD" วิ่งสวนทางกัน (บอกว่าเทรนด์เดิมแรงหมดแล้ว)

📈 Bullish Divergence (เตรียมขึ้น)

📉 ราคา: ทำจุดต่ำสุดใหม่ (Lower Low)
📈 MACD: ทำจุดต่ำสุดที่สูงขึ้น (Higher Low)
👉 แปลว่า: แรงขายเริ่มหมด เตรียมกลับตัวเป็นขาขึ้น

📉 Bearish Divergence (เตรียมลง)

📈 ราคา: ทำจุดสูงสุดใหม่ (Higher High)
📉 MACD: ทำจุดสูงสุดที่ต่ำลง (Lower High)
👉 แปลว่า: แรงซื้อเริ่มแผ่ว เตรียมกลับตัวเป็นขาลง

⚠️ คำเตือนจากมือโปร: ในช่วงตลาดไซด์เวย์ (Sideway) สัญญาณ MACD Crossover อาจเกิดบ่อยและหลอกได้ (False Signal) ควรใช้คู่กับอินดิเคเตอร์อื่น เช่น RSI หรือแนวรับ-แนวต้าน เพื่อความแม่นยำ

การใช้ MACD เพื่อระบุแนวโน้ม

MACD มีประโยชน์อย่างยิ่งในการระบุแนวโน้มและหาจุดเข้า-ออก:

  • การตัดกันแบบกระทิง: สามารถบ่งชี้การเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น

  • การตัดกันแบบหมี: อาจเป็นสัญญาณการกลับตัวของแนวโน้มลง

  • การวิเคราะห์ฮิสโตแกรม: แท่งที่เพิ่มขึ้นแสดงโมเมนตัมที่แข็งแกร่งขึ้น; แท่งที่ลดลงแสดงโมเมนตัมที่อ่อนลง

วิธีใช้ MACD ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่น ๆ

วิธีใช้ MACD ร่วมกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) 

ในการผสมผสาน MACD เข้ากับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ให้ใช้ Moving Average ในการระบุแนวโน้มหลัก (Primary Trend) และใช้ MACD เพื่อยืนยันจุดเข้าเทรดและโมเมนตัม

  • สัญญาณซื้อ (Buy signal) – รอให้ราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และเส้น MACD ตัดขึ้นเหนือเส้นสัญญาณ (Signal Line) โดยควรเห็นฮิสโตแกรมเปลี่ยนเป็นสีเขียวและเคลื่อนที่อยู่เหนือระดับศูนย์ (Zero Line)

  • สัญญาณขาย (Sell signal) – ราคาควรอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และเส้น MACD ตัดลงใต้เส้นสัญญาณ โดยฮิสโตแกรมเปลี่ยนเป็นสีแดงและเคลื่อนที่อยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์

วิธีใช้ MACD ร่วมกับ RSI (Relative Strength Index)

ในการใช้ MACD และ RSI ร่วมกัน ให้ใช้ MACD เพื่อยืนยันความแข็งแกร่งและทิศทางของแนวโน้ม (Trend) และใช้ RSI (Relative Strength Index) เพื่อระบุภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือขายมากเกินไป (Oversold) สำหรับการหาจุดเข้าซื้อและจุดขายทำกำไรที่มีประสิทธิภาพ

  • สัญญาณการเทรดขาขึ้น (Bullish): สามารถยืนยันได้เมื่อ MACD แสดงโมเมนตัมขาขึ้น (เช่น เส้น MACD ตัดขึ้นเหนือเส้น Signal Line) และค่า RSI เริ่มเคลื่อนที่ออกจากโซนขายมากเกินไป (ต่ำกว่า 30)

  • สัญญาณการเทรดขาลง (Bearish): แนะนำให้พิจารณาเมื่อ MACD บ่งบอกถึงโมเมนตัมขาลง (เช่น เส้น MACD ตัดลงใต้เส้น Signal Line) และค่า RSI เริ่มเคลื่อนที่ออกจากโซนซื้อมากเกินไป (สูงกว่า 70)

วิธีใช้ MACD ร่วมกับการวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย (Volume Analysis)

ปริมาณการซื้อขาย (Volume) สามารถนำมาใช้เพื่อยืนยันการทะลุผ่านแนวต้าน (Breakouts) และช่วยตรวจสอบความน่าเชื่อถือของสัญญาณ Divergence ใน MACD ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแนวโน้มของราคา ในการใช้ MACD ร่วมกับการวิเคราะห์ Volume ให้ผสมผสานสัญญาณจากทั้งสองเครื่องมือเพื่อยืนยันเทรนด์และระบุจุดกลับตัวที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้:

  • มองหาปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น (Rising Volume) ในช่วงที่เกิดจุดตัดขาขึ้น (Bullish Crossover) ของ MACD เพื่อยืนยันว่าแนวโน้มขาขึ้นมีความแข็งแกร่งและมีแรงซื้อสนับสนุนมากพอ

  • สังเกตปริมาณการซื้อขายที่ลดลง (Falling Volume) ในช่วงที่เกิดจุดตัดขาลง (Bearish Crossover) เพื่อยืนยันว่าแนวโน้มปัจจุบันเริ่มอ่อนแรงลงและอาจเกิดการพักตัวหรือกลับตัว


การใช้ MACD ร่วมกับ Fibonacci Retracement

สูตรลับ: MACD + Fibonacci (จับจังหวะ "ย่อแล้วเข้า")

ถ้ารู้แค่ MACD คุณอาจเข้าผิดจังหวะ แต่ถ้าใช้คู่กับ Fibonacci คุณจะรู้ทั้ง "ราคาที่ควรเข้า" และ "เวลาที่ควรเข้า" ครับ

🤝 พลังแห่งการยืนยัน 2 ชั้น (Confluence)

📍 Fibonacci: บอกว่าราคาจะย่อมาพักตัวที่ "ตรงไหน" (Where)
⏱️ MACD: บอกว่าราคาพร้อมจะกลับตัว "เมื่อไหร่" (When)

ขั้นตอนที่ 1: หาแนวโน้มแล้วกาง Fibo

มองหาเทรนด์ที่ชัดเจน (เช่น ขาขึ้น) แล้วลาก Fibonacci Retracement จากจุดต่ำสุดไปสูงสุด เพื่อหาแนวรับสำคัญ

ขั้นตอนที่ 2: รอราคาย่อตัวลงมา (Pullback)

ใจเย็นๆ! รอให้ราคาถอยลงมาแตะโซนทองคำ (Golden Zone) ได้แก่:

38.2% 50.0% 61.8% (Golden Ratio)

ขั้นตอนที่ 3: เหนี่ยวไกด้วย MACD (Trigger)

เมื่อราคาแตะเส้น Fibo แล้ว "อย่าเพิ่งซื้อ!" ให้รอจนกว่าเส้น MACD จะเกิด Bullish Crossover (ตัดขึ้น) เพื่อยืนยันว่าการพักตัวจบแล้ว และราคากำลังจะพุ่งต่อ

🎯 สูตรจำ: แตะเส้น Fibo ➡️ รอ MACD ตัดขึ้น ➡️ เปิด Order Buy 🚀


วิธีใช้ MACD ร่วมกับกลยุทธ์การเทรดด้วยเส้นแนวโน้ม (Trendline)

ในการใช้ MACD ร่วมกับกลยุทธ์เส้นแนวโน้ม ขั้นตอนแรกคือการระบุแนวโน้มหลักและ "ตีเส้นแนวโน้ม" (Trendlines) ลงบนกราฟราคา จากนั้นใช้สัญญาณจาก MACD เพื่อช่วยยืนยันการตัดสินใจ: โดยมองหาจุดตัดขาขึ้น (Bullish Crossover) ในช่วงที่เป็นแนวโน้มขาขึ้น หรือมองหาจุดตัดขาลง (Bearish Crossover) ในช่วงที่เป็นแนวโน้มขาลง

  • เพิ่มความแม่นยำในการเข้าเทรด: เมื่อจุดตัดของ MACD สอดคล้องกับสัญญาณหรือโอกาสในการเทรดจากเส้นแนวโน้ม จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเปิดออเดอร์ (Trade Entry) ได้มากยิ่งขึ้น

  • สัญญาณการกลับตัว: หากราคาเกิดการทะลุเส้นแนวโน้ม (Trendline Break) พร้อมกับการเกิดสัญญาณ MACD Divergence นั่นคือสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่บ่งชี้ถึงโอกาสในการ "กลับตัวของแนวโน้ม" (Trend Reversal)


ข้อควรจำและข้อจำกัดที่สำคัญของ MACD

🚫 ข้อควรระวัง: MACD ไม่ใช่ลูกแก้ววิเศษ! (Limitations)

แม้อินดิเคเตอร์ตัวนี้จะแม่นยำ แต่ก็มี "จุดตาย" ที่ทำให้เทรดเดอร์มือใหม่พอร์ตแตกได้ถ้าไม่ระวัง นี่คือ 5 กฎเหล็กที่ต้องจำให้ขึ้นใจครับ

❌ 1. อย่าใช้ในตลาด "ไซด์เวย์" (Sideways) เด็ดขาด

ทำไม? MACD เป็น Trend Following ถ้าตลาดวิ่งออกข้างไร้ทิศทาง เส้นจะตัดกันไปมาจนเกิด "สัญญาณหลอก (False Signals)" ทำให้คุณเข้าซื้อแล้วติดดอยทันที
👉 ทางแก้: ใช้เครื่องมือของ TMGM เช็คเทรนด์ก่อน ถ้ากราฟไม่วิ่ง ให้ "นั่งทับมือ" ไว้ครับ

⚠️ 2. อย่าเชื่ออินดิเคเตอร์ตัวเดียว (No Single Hero)

การใช้ MACD เพียงอย่างเดียวเสี่ยงเกินไป ควรหาเพื่อนมายืนยันสัญญาณ (Confluence)
👉 ทางแก้: ใช้คู่กับ RSI (ดูการแกว่งตัว) หรือ Fibonacci (ดูแนวรับต้าน) บนแพลตฟอร์ม TMGM เพื่อความชัวร์

⏳ 3. เลือก Timeframe ให้ถูกจริต

สัญญาณในกราฟ 1 นาที (M1) อาจเป็นแค่ Noise แต่ในกราฟ 4 ชั่วโมง (H4) คือเทรนด์ใหญ่
👉 ทางแก้: ถ้าเก็งกำไรสั้นดู M15-H1, ถ้าถือยาวดู H4-Day เลือกให้ตรงกับแผนของคุณ

🛡️ 4. เกราะป้องกันเงินทุน (Risk Management)

ต่อให้สัญญาณสวยแค่ไหน กราฟก็ผิดทางได้เสมอ!
👉 ทางแก้: ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง (ห้ามลืม!) และใช้ฟีเจอร์ Take Profit ของ TMGM เพื่อล็อกกำไรเข้ากระเป๋า

🎓 ยังไม่มั่นใจ? อย่าเพิ่งเสี่ยงเงินจริง!

รู้ทฤษฎีแล้วต้องลองปฏิบัติ ใช้ "บัญชี Demo ของ TMGM" เพื่อฝึกดูกราฟ MACD และทดลองเข้าออเดอร์ในสภาพตลาดจริง (เงินปลอม กำไรทิพย์ แต่ความรู้จริง!)

 👉 เปิดบัญชีฝึกเทรดฟรี (คลิก) 

วิธีฝึกฝนกลยุทธ์ MACD แบบไร้ความเสี่ยง

ฝึกวิชา MACD ให้เซียนก่อนลงสนามจริง (Risk-Free)

อย่าเอาเงินจริงมาล้อเล่นกับความไม่รู้! คุณสามารถเก่งขึ้นได้โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท ด้วย 2 วิธีการฝึกฝนมาตรฐานโลกครับ

🎮

1. เทรดจำลอง (Paper Trading)

เหมือนเล่นเกม! คุณจะได้เทรดในสภาพตลาดจริง กราฟวิ่งจริง แต่ใช้ "เงินปลอม (Virtual Money)"

  • ฝึกหน้างานจริง: ได้ลองกด Buy/Sell จริงๆ ฝึกอารมณ์ตอนกราฟวิ่ง
  • คุ้นเคยเครื่องมือ: ฝึกตั้งค่า MACD และ Stop Loss บน MT4 ให้คล่องมือ
  • เหมาะสำหรับ: มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มหัดเทรด (Forward Testing)

2. ทดสอบย้อนหลัง (Backtesting)

เหมือนนั่ง Time Machine! ย้อนกลับไปดูข้อมูลในอดีตว่า "ถ้าเราใช้สูตรนี้เมื่อปีที่แล้ว เราจะได้กำไรไหม?"

  • รู้ผลลัพธ์ไว: ไม่ต้องรอเป็นเดือน เช็คผล 1 ปีได้ในไม่กี่นาที
  • เห็นสถิติชัด: ได้ค่า Win Rate (ชนะกี่%) และ Drawdown (เสี่ยงแค่ไหน)
  • เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการพิสูจน์ความแม่นยำของสูตร

💡 สูตรสำเร็จจาก TMGM (Pro Workflow)

มือโปรส่วนใหญ่จะเริ่มจาก Backtesting ก่อนเพื่อหาว่าค่า MACD ไหนดีที่สุด ➡️ จากนั้นค่อยมาลองเทรดจริงใน Demo Account สัก 1-2 สัปดาห์เพื่อความชัวร์ ➡️ แล้วค่อยลงเงินจริงครับ


ทำไมต้องเทรดกับ TMGM?

🚀 ทำไมเทรดเดอร์สายเทคนิคถึงเลือก TMGM?

เพราะเราเข้าใจว่า "กราฟต้องแม่น" และ "ออเดอร์ต้องไว" เราจึงเตรียมสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดเพื่อกลยุทธ์ MACD ของคุณ

📊

กราฟระดับโปร (Advanced Charting)

ปรับแต่งค่า MACD และใส่ Indicator ซ้อนทับได้อิสระ บนกราฟความละเอียดสูงที่ลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ส่งคำสั่งไวระดับวิ (Fast Execution)

เซิร์ฟเวอร์ความเร็วสูง ช่วยให้คุณเข้าออเดอร์ทันทีที่ MACD ตัดกัน ไม่พลาดราคาที่ดีที่สุด (Best Price)

🌍

เทรดทั่วโลกในที่เดียว

ไม่ว่าจะ Forex, ทองคำ, หุ้นสหรัฐฯ หรือคริปโต ก็ใช้กลยุทธ์ MACD ทำกำไรได้ครบ จบในพอร์ตเดียว

🎓

คลังความรู้ฟรี (Academy)

เรียนรู้เทคนิคขั้นสูงผ่าน Webinars และวิดีโอสอนเทรด เพื่อยกระดับฝีมือของคุณให้ก้าวไปอีกขั้น

พร้อมลองวิชา MACD หรือยัง?

 👉 เปิดบัญชีจริง (รับสิทธิประโยชน์ทันที) 

หรือ ลองเทรด Demo ฟรี ก่อนได้เลย

MACD บอกอะไรแก่คุณ?

+

ระหว่าง RSI กับ MACD อันไหนดีกว่า?

+

ตัวเลข 3 ค่าใน MACD คืออะไร?

+

MACD มีประโยชน์จริงหรือไม่?

+

วิธีใช้ MACD Indicator?

+
TMGM
Trade The World
ทีม TMGM Academy และ Market Insights เป็นกลุ่มนักวิเคราะห์ทางการเงินและนักกลยุทธ์การเทรด ด้วยการเข้าถึงข้อมูลสถาบันแบบเรียลไทม์และประสบการณ์การดำเนินงานในตลาดมากกว่าทศวรรษ ทีมให้การวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฟอเร็กซ์ ทองคำ คริปโตเคอร์เรนซี หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น พลังงาน) และดัชนี เนื้อหาของเราถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ตามที่ระบุไว้ในหน้าประกาศนโยบายบรรณาธิการของเรา TMGM ปฏิบัติตามแนวทางของ ASIC และ VFSC
เข้าร่วมกับลูกค้ามากกว่า 1,000,000 คนบนแพลตฟอร์มเทรดที่ได้รับรางวัลของเรา
1
สมัครบัญชีจริง
2
ฝากเงิน
เข้าบัญชี
3
เริ่มเทรด
ได้ทันที
เปิดบัญชี