

CFD คืออะไร? ทางลัดของคนทุนน้อยที่อยากเทรดสินทรัพย์ระดับโลก อยากเทรดหุ้น Tesla, ทองคำ หรือ Bitcoin แต่ไม่อยากใช้เงินก้อนโต? CFD (Contract for Difference) คือคำตอบ! นี่คือเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้คุณ 'ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง' โดยไม่ต้องซื้อสินทรัพย์จริง ไม่ว่าตลาดจะพุ่งหรือร่วง คุณก็สร้างโอกาสได้ บทความนี้จะสรุปกลไกการทำงาน ข้อดี-ข้อเสีย และวิธีเริ่มเทรด CFD ให้ปลอดภัยและทำกำไรได้จริง
หนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ CFD คือ เลเวอเรจ (Leverage) ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเปิดสถานะที่มีมูลค่ามากกว่าทุนจริงที่ใช้เป็นมาร์จิ้นได้ ทำให้เข้าถึงตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อดีของการใช้เลเวอเรจใน CFD:
เพิ่มโอกาสเปิดรับตลาด (Market Exposure): ควบคุมตำแหน่งใหญ่ได้ด้วยเงินทุนเพียงเล็กน้อย
ใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ: เหลือเงินสดไว้กระจายพอร์ตไปยังตลาดอื่น
เพิ่มศักยภาพในการทำกำไร: แต่ก็หมายถึงศักยภาพขาดทุนที่มากขึ้นเช่นกัน
ตัวอย่าง:
หากข้อกำหนดมาร์จิ้นของดัชนี S&P 500 คือ 5% เงินฝาก $1,000 สามารถเปิดสถานะมูลค่า $20,000 ได้
หมายเหตุ: เลเวอเรจสามารถขยายทั้งกำไรและขาดทุน จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

แตกต่างจากการลงทุนแบบดั้งเดิมที่มักทำกำไรได้เฉพาะตอนราคาขึ้น CFD เปิดโอกาสให้คุณทำกำไรในทั้งสองทิศทางของตลาด:
สถานะ Long (ซื้อ): ทำกำไรเมื่อราคาสูงขึ้น
สถานะ Short (ขาย): ทำกำไรเมื่อราคาลดลง
ความสามารถนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในสภาวะตลาดผันผวนหรือช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว เมื่อกลยุทธ์แบบ “ซื้อแล้วถือ” อาจทำได้ยาก
คำถามยอดฮิตที่เทรดเดอร์ไทยกังวลที่สุดคือ "กลัวโดนโกง" และ "ผิดกฎหมายหรือเปล่า" เราขอสรุปข้อเท็จจริงให้ชัดเจนดังนี้ครับ
ปัจจุบัน กฎหมายไทยยังไม่มีการออกใบอนุญาตให้โบรกเกอร์เปิดให้บริการ CFD ในประเทศโดยตรง "แต่การที่คนไทยจะเปิดพอร์ตกับโบรกเกอร์ต่างประเทศนั้น ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย"
💡 สรุปง่ายๆ: คุณสามารถเทรดได้ปกติและทำกำไรได้จริง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ต้องเลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตระดับโลก (Global License)" เท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหาถอนเงินไม่ได้
เราไม่ใช่แชร์ลูกโซ่และไม่ใช่โบรกเกอร์เถื่อน เราคือผู้ให้บริการทางการเงินที่ถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดโดยหน่วยงานรัฐบาลระดับสากล:
การเทรด CFD ช่วยให้เข้าถึงตลาดมากกว่า 18,000 สินทรัพย์ทั่วโลก เช่น:
สินค้าโภคภัณฑ์

การมีตลาดให้เลือกจำนวนมากทำให้เทรดเดอร์สามารถกระจายความเสี่ยงและค้นหาโอกาสได้ในหลากหลายภาคส่วนและภูมิภาค
ลืมข้อจำกัดเดิมๆ ที่ต้องเปิดหลายบัญชีไปได้เลยครับ ที่ TMGM บัญชีเดียวสามารถเข้าถึงตลาดระดับโลกได้ครบจบ ไม่ต้องโยกเงินไปมา
คุณสามารถเริ่มฝึกเทรดสินค้าทั้งหมดนี้ได้ใน "บัญชี Demo ฟรี" ของ TMGM (มีเงินจำลองให้ฝึกเทรดไม่อั้น)
👉 เปิดบัญชีฝึกเทรดฟรี (คลิก)หลายคนสับสนว่า CFD เหมือนกับการซื้อหุ้นไหม? คำตอบคือ "คล้ายแต่ดีกว่าในเรื่องความยืดหยุ่น" ตารางนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ครับว่าแบบไหนเหมาะกับคุณ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | 🏛️ ซื้อสินทรัพย์จริง (Traditional) | 🚀 เทรด CFD (กับ TMGM) |
|---|---|---|
| โอกาสทำกำไร | ขาขึ้นเท่านั้น (Buy) (ต้องรอราคาขึ้นถึงจะได้กำไร) | ✅ ทั้งขาขึ้น & ขาลง (Long/Short) (ตลาดร่วงก็ทำกำไรได้) |
| เงินทุนเริ่มต้น | 💰 สูง (จ่ายเต็ม 100%) (เช่น ซื้อหุ้น $100 ต้องจ่าย $100) | 💸 ต่ำ (ใช้ Margin) (วางเงินแค่ 1-5% ของมูลค่าจริง) |
| ตัวช่วย (Leverage) | ❌ ไม่มี (1:1) | ✅ มี (สูงสุด 1:500) (ช่วยขยายอำนาจการซื้อ) |
| ความเป็นเจ้าของ | เป็นเจ้าของจริง (ได้รับปันผล / สิทธิ์โหวต) | เก็งกำไรส่วนต่างราคา (ไม่ได้ถือครองสินทรัพย์จริง) |
| สินค้าที่เทรดได้ | จำกัด (เช่น หุ้นไทยอย่างเดียว) | 🌍 ทั่วโลกในพอร์ตเดียว (หุ้นนอก, ทองคำ, น้ำมัน, คริปโต) |
CFD เหมาะกับคนที่ต้องการ "เก็งกำไรระยะสั้น-กลาง" และต้องการ "โอกาสทำกำไรในทุกสภาวะตลาด" (ไม่ว่าจะหุ้นขึ้นหรือหุ้นตก) โดยใช้เงินทุนเริ่มต้นไม่มากครับ
👉 ลองเปิดบัญชี CFD กับ TMGM เพื่อดูสินค้าจริง (คลิก)
ขนาดของสัญญา CFD แตกต่างกันตามประเภทของตลาด:
CFD หุ้น: 1 สัญญา = 1 หุ้น
CFD ดัชนี: มูลค่าแสดงเป็น “ราคา/จุด” เช่น $10 ต่อจุด
CFD ฟอเร็กซ์: ใช้หน่วยมาตรฐาน เช่น 100,000 หน่วยสำหรับ 1 ล็อต
การเข้าใจมูลค่าสัญญาเป็นกุญแจสำคัญในการคำนวณกำไร/ขาดทุนและกำหนดขนาดตำแหน่งอย่างเหมาะสม
สำหรับสถานะ Long (ซื้อ):
กำไร/ขาดทุน = (ราคาปิด - ราคาเปิด) × จำนวนสัญญา × มูลค่าสัญญา
สำหรับสถานะ Short (ขาย):
กำไร/ขาดทุน = (ราคาเปิด - ราคาปิด) × จำนวนสัญญา × มูลค่าสัญญา
ซื้อ 5 สัญญาที่ราคา 4,500
มูลค่าสัญญา = $10 ต่อจุด
ปิดสถานะที่ 4,550
กำไร = (4,550 - 4,500) × 5 × $10 = $2,500
ขาย 5 สัญญาที่ 4,500
ปิดสถานะที่ 4,450
กำไร = (4,500 - 4,450) × 5 × $10 = $2,500
หมายเหตุ: ตัวอย่างไม่รวมค่าคอมมิชชั่น สเปรด และค่าฟันด์ข้ามคืน
สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักของ CFD
ดัชนี / ฟอเร็กซ์ / สินค้าโภคภัณฑ์ → รวมต้นทุนอยู่ในสเปรด
CFD หุ้น → มักมี ค่าคอมมิชชั่น แทน
สเปรดที่แคบหมายถึงต้นทุนที่ต่ำลง และช่วยให้การทำกำไรทำได้ง่ายขึ้น
สูตรมาร์จิ้นที่ต้องใช้:
มาร์จิ้น = ขนาดตำแหน่ง × เปอร์เซ็นต์มาร์จิ้น
ตัวอย่าง
ตำแหน่ง $10,000 กับมาร์จิ้น 10% → ต้องใช้มาร์จิ้น $1,000
เลเวอเรจที่มีประสิทธิภาพ:
= ขนาดตำแหน่ง ÷ มาร์จิ้น
= $10,000 ÷ $1,000 = 10:1
CFD เป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับการลดความเสี่ยงของพอร์ต:
ปกป้องพอร์ตหุ้น: เปิด Short CFD เพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดขาลง
ป้องกันความเสี่ยงเฉพาะภาค: เปิดสถานะตรงข้ามในดัชนีที่สัมพันธ์กัน
บริหารความเสี่ยงด้านสกุลเงิน: ใช้ CFD ฟอเร็กซ์ป้องกันค่าเงินผันผวน
เหมาะสำหรับภาวะตลาดไม่แน่นอนหรือช่วงที่ความผันผวนสูง
ในตลาด CFD คุณจะได้เจอสัญญาสองประเภทหลัก การเลือกผิดอาจทำให้ต้นทุนบานปลายได้ มาดูความต่างกันชัดๆ ครับ
อย่าเทรดด้วยการกด "Buy/Sell" สดๆ เพียงอย่างเดียว การใช้คำสั่งล่วงหน้าจะช่วยให้คุณได้ราคาที่ดีกว่า และปลอดภัยกว่า
บนแพลตฟอร์ม TMGM MT4 คุณสามารถลากเส้น Stop Loss และ Take Profit บนกราฟได้เลย (Drag & Drop) ช่วยให้เห็นภาพ Risk:Reward ชัดเจนก่อนตัดสินใจยิงออเดอร์ครับ
เทรดสินทรัพย์หลากหลายผ่านแพลตฟอร์มเดียว
ใช้เลเวอเรจเพื่อเพิ่มโอกาสทำกำไร
ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น–ขาลง
ไม่มีภาษีสแตมป์ในหลายประเทศ
ชั่วโมงเทรดยืดหยุ่น
ป้องกันความเสี่ยงได้ดี
อ่านบทความเพิ่มเติม: ข้อดีของการซื้อขายหุ้นด้วยสัญญา CFD: คู่มือเกี่ยวกับเลเวอเรจและโอกาส

ขาดทุนอาจขยายใหญ่เมื่อใช้เลเวอเรจ
มีค่าฟันด์ข้ามคืนสำหรับการถือยาว
ตลาดผันผวนอาจทำให้ SL ถูก Trigger ง่าย
ความเสี่ยงจากผู้ให้บริการ (Counterparty Risk)
ต้องมีความเข้าใจด้านเทคนิคและหลักการเทรด
CFD เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มาพร้อมความรับผิดชอบที่สูงเช่นกัน การเทรดรูปแบบนี้เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่:
ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในข้ามคืน นี่คือเส้นทางลัด 5 ขั้นตอนที่ TMGM สรุปมาให้ เพื่อเปลี่ยนมือใหม่ให้กลายเป็นมือโปรครับ
อย่าเพิ่งรีบเทรดถ้ารูบิกยังแก้ไม่เป็น! เรียนรู้กลไก CFD, การวิเคราะห์กราฟ (Technical), และข่าวเศรษฐกิจ (Fundamental) ให้เข้าใจก่อน
"If you fail to plan, you plan to fail." กำหนดให้ชัดเจนว่าจะเข้า-ออกเมื่อไหร่? ยอมเสียได้กี่ %? และจะเทรดคู่เงินไหน?
ใช้บัญชี Demo ของ TMGM เพื่อทดสอบแผนการเทรดโดย "ไม่มีความเสี่ยง" ฝึกจนกว่ามือกดคำสั่งจะคล่อง และเริ่มเห็นกำไรสม่ำเสมอ
เมื่อลงเงินจริง ให้เริ่มด้วยขนาด Lot เล็กๆ (เช่น 0.01) และใช้ Leverage อย่างระมัดระวัง เพื่อฝึกจิตวิทยาหน้างานจริง
จดบันทึกการเทรด (Trading Journal) ทุกครั้ง วิเคราะห์ว่าทำไมถึงได้กำไร? ทำไมถึงขาดทุน? แล้วปรับปรุงแผนให้คมขึ้นเรื่อยๆ
กำไรสุทธิของคุณขึ้นอยู่กับการบริหารต้นทุนเหล่านี้ หากไม่รู้ที่มาที่ไป กำไรที่ทำได้อาจหายไปกับค่าธรรมเนียมครับ
คือส่วนต่างระหว่าง ราคาซื้อ (Ask) และ ราคาขาย (Bid) เป็นต้นทุนหลักในการเทรด Forex และทองคำ
มักเจอในการเทรด CFD หุ้นรายตัว (เช่น Apple, Tesla) คิดเป็น % ของมูลค่าการเทรด
ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นเมื่อคุณถือออเดอร์ "ข้ามวัน" (หลังตี 4-5 บ้านเรา)
ค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับคำสั่ง Guaranteed Stop Loss เพื่อรับประกันว่าราคาจะปิดตรงจุดเป๊ะๆ แม้กราฟจะกระโดด (Gap)

สำหรับสถานะ Long บนหุ้น 1,000 หุ้นของบริษัท XYZ ที่ราคา $50 ต่อหุ้น โดยมีค่าคอมมิชชั่น 0.1%:
มูลค่าตำแหน่ง: $50,000
ค่าคอมมิชชั่นเปิดสถานะ: $50 (0.1% ของ $50,000)
ค่าคอมมิชชั่นปิดสถานะ: $50 (สมมติราคาคงที่)
ค่าฟันด์ข้ามคืนที่ 5% ต่อปี: ประมาณ $6.85 ต่อวัน ($50,000 × 5% ÷ 365)
ต้นทุนรวมในการถือสถานะเป็นเวลา 7 วันจะประมาณ $147.95 ($50 + $50 + $6.85 × 7)
เราไม่ได้มีดีแค่ความปลอดภัย แต่เราออกแบบสภาพแวดล้อมการเทรดมาเพื่อ "ลดต้นทุน" และ "เพิ่มกำไร" ให้คุณโดยเฉพาะ
บนคู่สกุลเงินหลัก พร้อมค่าคอมมิชชั่นที่แข่งขันได้
เซิร์ฟเวอร์ความเร็วสูง ลดปัญหา Slippage และ Requote
ขยายโอกาสทำกำไรสูงสุด ด้วยเงินทุนเริ่มต้นที่ยืดหยุ่น
ไม่ว่าคุณจะถนัดเทรดบนคอมฯ หรือมือถือ เรามีครบทุกเวอร์ชัน รองรับทั้ง Windows, Mac, iOS และ Android





