คาดการณ์ราคาซิลเวอร์: XAG/USD ยืนยันรูปแบบ H&S ขาขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ $67.17
- XAG/USD ขยายการปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกัน ใกล้ระดับสูงสุดในรอบเจ็ดสัปดาห์บริเวณ $65.00
- ตัวเลข US Nonfarm Payrolls ที่ออกมาแย่กว่าคาดสร้างแรงกดดันต่อคาดการณ์การคุมเข้มนโยบายของเฟดเพิ่มเติม และหนุนโลหะมีค่าในวันศุกร์
- ภาพทางเทคนิคแสดงรูปแบบ Head & Shoulders กลับหัว
Silver (XAG/USD) ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกันในวันจันทร์ โดยซื้อขายอยู่แถว $64.30 หลังยืนยันการยืนเหนือจุดสูงสุดของเดือนกรกฎาคมบริเวณ $63.30 ได้สำเร็จ คู่นี้พุ่งขึ้นในวันศุกร์หลังข้อมูล US Nonfarm Payrolls ออกมาอ่อนแอ และปิดสัปดาห์ด้วยผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ยังคงรักษาโมเมนตัมขาขึ้นไว้ได้ในสัปดาห์นี้ โดยมีดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) อ่อนตัวต่ำกว่าระดับสำคัญ 100.00
โลหะมีค่าขยายการฟื้นตัวต่อในวันศุกร์ หลังการลดลงอย่างไม่คาดคิดของข้อมูล US Nonfarm Payrolls เดือนกรกฎาคมทำให้คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve (Fed) เย็นลงอีก ข้อมูลจาก Bureau of Labour Statistics ระบุว่าการจ้างงานสุทธิลดลง 23K ในเดือนที่แล้ว สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 80K และตัวเลขการเติบโตของการจ้างงานในสองเดือนก่อนหน้ายังถูกปรับลดลงอย่างมาก

ตามข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ตลาดฟิวเจอร์สลดความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลงเหลือ 44% จาก 67% เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน ซึ่งส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงในวงกว้าง นักลงทุนจะจับตาตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI) ที่จะประกาศในวันพุธ เพื่อยืนยันมุมมองดังกล่าว
การวิเคราะห์ทางเทคนิค: เป้าหมายถัดไปอยู่ที่บริเวณ $67.15
XAG/USD ทะลุขึ้นเหนือบริเวณ $63.30 ซึ่งเป็นการยืนยันรูปแบบ Head & Shoulders (H&S) เชิงบวก ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในการเปลี่ยนแนวโน้ม อินดิเคเตอร์โมเมนตัมในกราฟรายวันยังสนับสนุนมุมมองขาขึ้น โดย Relative Strength Index (14) ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงต้นระดับ 60 ขณะที่เส้น Moving Average Convergence Divergence (MACD) ขยับลึกเข้าไปในแดนบวกมากขึ้น บ่งชี้ว่าฝั่งซื้อยังคงควบคุมตลาด
ในด้านขาขึ้น เป้าหมายตามการวัดของรูปแบบ H&S อยู่ที่จุดสูงสุดวันที่ 22 มิถุนายนที่ $67.17 หากปรับขึ้นต่อไป เส้น SMA 200 วันจะมาบรรจบกับจุดสูงสุดช่วงกลางเดือนมิถุนายนบริเวณกลาง $77 อย่างไรก็ตาม หากเกิดแรงขายกดลงต่ำกว่าระดับ $63.30 ที่กล่าวถึง จะเปิดทางให้ทดสอบจุดต่ำสุดของวันที่ 6 และ 7 สิงหาคมแถว $61.00 ก่อนถึงจุดต่ำสุดวันที่ 5 สิงหาคมที่ $59.40
(การวิเคราะห์ทางเทคนิคของบทความนี้เขียนขึ้นด้วยความช่วยเหลือของเครื่องมือ AI ดูข้อมูลเพิ่มเติม)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Silver
Silver เป็นโลหะมีค่าที่มีการซื้อขายอย่างมากในหมู่นักลงทุน และในอดีตถูกใช้เป็นแหล่งเก็บมูลค่าและสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน แม้จะได้รับความนิยมน้อยกว่า Gold แต่นักเทรดอาจหันมาลงทุนใน Silver เพื่อกระจายพอร์ตการลงทุน จากมูลค่าในตัวของมันเอง หรือใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่เงินเฟ้อสูง นักลงทุนสามารถซื้อ Silver ในรูปแบบกายภาพ ทั้งเหรียญหรือแท่ง หรือซื้อขายผ่านเครื่องมืออย่าง Exchange Traded Funds ซึ่งติดตามราคาของมันในตลาดโลก
ราคา Silver สามารถเคลื่อนไหวได้จากปัจจัยหลากหลาย ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์หรือความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงอาจทำให้ราคา Silver ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้จะน้อยกว่า Gold ก็ตาม ในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน Silver มักปรับตัวขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง การเคลื่อนไหวยังขึ้นอยู่กับทิศทางของดอลลาร์สหรัฐ (USD) เนื่องจากสินทรัพย์นี้กำหนดราคาเป็นดอลลาร์ (XAG/USD) ดอลลาร์ที่แข็งค่ามักจำกัดการปรับขึ้นของราคา Silver ขณะที่ดอลลาร์ที่อ่อนค่ามีแนวโน้มผลักดันราคาให้สูงขึ้น ปัจจัยอื่น ๆ เช่น อุปสงค์การลงทุน อุปทานจากการทำเหมือง — Silver มีปริมาณมากกว่า Gold อย่างมาก — และอัตราการรีไซเคิล ก็สามารถส่งผลต่อราคาได้เช่นกัน
Silver ถูกใช้อย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในภาคส่วนอย่างอิเล็กทรอนิกส์หรือพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากเป็นหนึ่งในโลหะที่มีค่าการนำไฟฟ้าสูงที่สุด มากกว่า Copper และ Gold การเพิ่มขึ้นของอุปสงค์สามารถดันราคาให้สูงขึ้น ขณะที่การลดลงของอุปสงค์มักกดดันราคา ปัจจัยด้านเศรษฐกิจของสหรัฐ จีน และอินเดียก็สามารถมีส่วนทำให้ราคาแกว่งตัวได้เช่นกัน สำหรับสหรัฐและโดยเฉพาะจีน ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศเหล่านี้ใช้ Silver ในกระบวนการต่าง ๆ ส่วนในอินเดีย อุปสงค์ของผู้บริโภคต่อโลหะมีค่านี้เพื่อใช้ทำเครื่องประดับก็มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดราคาเช่นกัน
ราคา Silver มักเคลื่อนไหวตาม Gold เมื่อราคา Gold ปรับตัวขึ้น Silver ก็มักปรับขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากทั้งสองมีสถานะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่คล้ายกัน อัตราส่วน Gold/Silver ซึ่งแสดงจำนวนออนซ์ของ Silver ที่ต้องใช้เพื่อให้มีมูลค่าเท่ากับ Gold หนึ่งออนซ์ อาจช่วยในการประเมินมูลค่าเปรียบเทียบระหว่างโลหะทั้งสองชนิด นักลงทุนบางรายอาจมองว่าอัตราส่วนที่สูงเป็นสัญญาณว่า Silver มีมูลค่าต่ำกว่าที่ควร หรือ Gold มีมูลค่าสูงเกินไป ในทางกลับกัน อัตราส่วนที่ต่ำอาจบ่งชี้ว่า Gold มีมูลค่าต่ำกว่าที่ควรเมื่อเทียบกับ Silver









